หน้าแรก    คอร์สเรียน    วิธีสมัครเรียน    มิตรภาพและความสำเร็จ    แผนที่เรียน    สาขาตรัง 

ดินแดนหมีขาว

มาแล้วจ้า หน่องน้องรักเตรียมโดมทุกคน

ใกล้สอบแล้วเนอะ..พี่ได้แบ่งเบาเวลาช่วยค้นคว้า รวบรวมข่าวรัสเซียที่เด่นๆ จากเว็ปข่าวต่างๆ และเหตุการณ์สถานการณ์ปัจจุบันรัสเซียในรอบปีล่าสุดให้นะจ๊ะ


ทั้งนี้ ข่าวนี้เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น น้องๆสามารถต่อยอดไปค้นต่อเพิ่มเติม และหาเพิ่มเติมได้นอกเหนือจากนี้นะจ๊ะ

พี่วินหวังว่า น้องรักของพี่ทุกคน คงได้ความรู้จากตรงนี้ไม่มากก็น้อยนะจ้ะ ขอให้ทุกคนโชคดีนะจ๊ะ

สู้ๆ พี่เชื่อว่าทุกคนทำได้ เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ..เมื่อติดสัมภาษณ์แล้ว แจ้งกลับมาที่ facebook : บ้านเตรียมโดม เพื่อพี่ได้ส่งเมล์สอบเน้นๆเตรียมพร้อมสัมภาษณ์ให้อีกนะจ๊ะเอาให้เริสๆ คุ้มพิเศษสุดๆไปเลย ^_<

ข่าวเด่นรัสเซีย 2013-2012 ในรอบแซ่บๆแห่งปี มีดังนี้

ข่าวรัสเซีย 1 ผวาสงคราม!รัสเซียวอนโสมแดง-สหรัฐฯหยุดยั่วยุ

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

30 มีนาคม 2556 01:31 น.

   เอเอฟพี - รัสเซียเตือนเมื่อวันศุกร์(29) ความตึงเครียดที่คุกรุ่นขึ้นเรื่อยๆระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ อาจล้นทะลักหลุดจากการควบคุม พร้อมเรียกร้องทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในเหตุเผชิญหน้า ยับยั้งชั่งใจจากการอวดเบ่งแสนยานุภาพใดๆ
       
       เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซียกล่าวว่า "พฤติกรรมฝ่ายเดียวเกี่ยวกับการขยายขอบเขตกิจกรรมทางทหารของเกาหลีเหนือประจักษ์ด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว เราเห็นได้ชัดเลยว่าสถานการณ์เริ่มค่อยๆหลุดจากการควบคุม และมันกำลังมุ่งสู่วงจรที่เลวร้าย"

 ลาฟรอฟ บอกกับผู้สื่อข่าวระหว่างแถลงข่าวร่วมกับรัฐมตรีต่างประเทศยูเครน ต่อไปอีกว่า "เราเชื่อว่ามีความจำเป็นสำหรับทุกฝ่ายที่จะไม่อวดเบ่งอำนาจทางทหารและไม่นำสถานการณ์ปัจจุบันนี้เป็นข้ออ้าง เพื่อใช้วิธีการทางทหารคลี่คลายปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค" พร้อมเรียกร้องทุกฝ่ายร่วมสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับคืนสู่การเจรจา
       
       ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน คิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ออกคำสั่งให้หน่วยขีปนาวุธ เตรียมพร้อมสำหรับโจมตีแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ รวมถึงฐานทัพต่างๆในแปซิฟิก หลังจากอเมริกาส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหนบินเหนือเกาหลีใต้
       
       การขึ้นบินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯและเกาหลีใต้ แต่ในทุกๆปีก็จะถูกเกาหลีเหนือประณามว่าเป็นการฝึกซ้อมสำหรับเปิดศึกสงคราม

คิมจองอึนผู้นำเกาหลีเหนือแสดงท่าทีแข็งกร้าวใส่สหรัฐฯ

 


ข่าวรัสเซีย 2 "มาเรีย" หวังโค่น "เซเรนา" ซิวแชมป์โซนี

 

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

29 มีนาคม 2556 23:18 น.

มาเรีย ชาราโปวา นักเทนนิสสาวสวยจากรัสเซียที่เพิ่งทุบเอาชนะ เยเลนา แยนโควิช จากเซอร์เบีย2 เซตรวด ในรอบตัดเชือก หวังฟอร์มดีต่อเนื่องเอาชนะ เซเรนา วิลเลียม มือ 1 ของโลกจากเมืองลุงแซมในศึก โซนี โอเพน ที่ไมอามี และคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยแรกให้ได้
       
        หวดมือ 2 จากแดนหมีขาวรักษาฟอร์มเก่งมาตั้งแต่เดือนก่อน หลังผงาดคว้าแชมป์รายการ "บีเอ็นพี พาริบาส โอเพน" ที่เมืองอินเดียน เวลส์ และเพิ่งเข้าชิงศึก "โซนี โอเพน" ได้เป็นสมัยที่ 5 รักษาสถิติไร้พ่าย 11 แมตช์รวด จากการไล่อัด เยเลนา แยนโควิช จากเซอร์เบียแบบหมดทางสู้ 2 เซตรวด 6-2, 6-1
       
        สำหรับในรอบชิงชนะเลิศ มาเรีย ที่กวาดแชมป์แกรนด์สแลมมาแล้วทุกรายการ แต่ยังไม่เคยสัมผัสแชมป์รายการนี้แม้แต่ครั้งเดียว หวังเอาชนะ เซเรนา วิลเลียมส์ หวดจอมเก๋าที่แพ้ทางกันมาตลอดคว้าแชมป์ให้ได้ในการเข้าชิงชนะเลิศเป็นครั้งที่ 5
       
        "มันจะมีความหมายกับฉันมากๆ ฉันหลงรักเมืองนี้ มันถือสถานที่แรกที่ฉันย้ายเข้ามาอยู่นับตั้งแต่ย้ายถิ่นฐานมาในอเมริกาตตั้งแต่เด็กๆ" ชาราโปวา กล่าว
       
        สำหรับ แมตช์ชิงชนะเลิศศึกเทนนิส "โซนี โอเพน" ในประเภทหญิงเดี่ยวระหว่าง ชาราโปวา และ เซเรนา จะกลับมาแข่งกันในวันเสาร์ที่ 30 มีนาคมนี้ เวลาประมาณ 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

ชาราโปวา หวังโชคดีในการชิงครั้งที่ 5

 


ข่าวรัสเซีย 3 "สุรพงษ์" เยือนรัสเซีย เผย "ยิ่งลักษณ์" เตรียมเยือนกลางปี พร้อมเชิญ "ปูติน" มาไทยปลายปีนี้

มติชน วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2556 เวลา 17:40:14 น.

 

เมื่อเย็นวันที่ 28 มีนาคม 2556 ระหว่างการเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้พบหารือกับนายเซอร์เกย์ลาฟรอฟ (Mr. Sergey Lavrov) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญในความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับรัสเซียอย่างกว้างขวาง

 

ในด้านการค้า รมว.ต่างประเทศ ได้แสดงความหวังที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับรัสเซียเป็นสองเท่าตัวจากห้าพันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2555 เป็นหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2559 และเรียกร้องให้รัสเซียเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากไทย เช่น ข้าว ยางพารา อาหารแปรรูป และอาหารแช่เข็ง รวมทั้งเชิญชวนให้นักธุรกิจรัสเซียเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ไทยกำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มความเชื่อมโยงเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558

 

ในด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี รมว.การต่างประเทศของไทย ได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะขยายการแลกเปลี่ยนระหว่างสถาบันการศึกษา เพิ่มความยืดหยุ่นให้นักเรียนไทยที่ได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลรัสเซียสามารถเลือกสาขาวิชาและสถาบันการศึกษาได้ และสนับสนุนให้นักเรียนไทยไปศึกษาต่อที่สถาบันการศึกษา    ชั้นนำในรัสเซียมากยิ่งขึ้น รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทยกับของรัสเซียให้มีการแลกเปลี่ยนนักวิจัย เทคโนโลยี และสนับสนุนโครงการวิจัยร่วมกัน

 

นายสุรพงษ์ ได้เสนอให้รัสเซียเร่งกระบวนการเจรจาความตกลงที่ยังคั่งค้าง เช่น บันทึกความเข้าใจ   ว่าด้วยความร่วมมือด้านพลังงาน ให้รัสเซียมีบทบาทสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานในประเทศไทย และพิธีสารแก้ไขความตกลงส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างไทยกับรัสเซีย เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างกัน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของไทย ขอรับการสนับสนุนจากรัสเซีย ในฐานะสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ สำหรับการลงสมัครรับเลือกตั้งของไทยในตำแหน่งสมาชิกของคณะมนตรีฯ วาระปี ค.ศ. 2017 – 2018

 

นอกจากนี้ รมว.การต่างประเทศของไทย ได้มอบหนังสือจากนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ฯ เชิญนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยอาจเป็นช่วงที่นายปูตินเดินทางไปร่วม  การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ที่จะมีขึ้นที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในช่วงปลายปีนี้

 

ภายหลังการหารือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ทั้งสองได้ร่วมลงนามในแผนการหารือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทยกับรัสเซีย สำหรับปี 2556 – 2558 เพื่อเป็นกลไกในการพูดคุยและหารือเรื่องต่างๆ อย่างใกล้ชิด

 

ในช่วงบ่ายของวันเดียวกันก่อนการหารือ รัฐมนตรีว่าการได้นำคณะผู้บริหารหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของไทย ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติเข้าศึกษาดูงานและพบผู้บริหารระดับสูงของสภาบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งสหพันธรัฐรัสเซีย (Russian Academy of Sciences – RAS) เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางขยายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของไทยกับของรัสเซีย สร้างเครือข่ายระหว่างสถาบัน รวมทั้งผลักดันการจัดทำความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างไทยกับรัสเซีย โดยให้มีการลงนามระหว่างการเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรในช่วงกลางปี 2556

 

นายสุรพงษ์ ย้ำว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จึงมุ่งดำเนิน “การทูตเชิงวิทยาศาสตร์” โดยแสวงความร่วมมือกับต่างประเทศในการค้นคว้าและวิจัยร่วม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับนานาประเทศในภาพรวม

 

การเยือนกรุงมอสโกครั้งนี้ เป็นการเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยครั้งแรกในรอบ 8 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างไทยกับรัสเซีย และเพื่อเตรียมการสำหรับการเยือนรัสเซียของนายกรัฐมนตรีในช่วงกลางปีนี้ ซึ่งจะเป็นโอกาสที่ไทยกับรัสเซียจะยกระดับความสัมพันธ์ขึ้นเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

 


ข่าวรัสเซีย 4 กัปตันวอลเลย์บอลสาวไทยเนื้อหอมสโสรรัสเซียทาบร่วมทีม

มติชน วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2556 เวลา 17:21:32 น.

 

วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ กัปตันทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติและตัวตบอิคติซาดชิ บากู สโมสรอาเซอร์ไบจาน เปิดเผยว่า โอกาสเป็นแชมป์ของทีมอิคติซาดชิบากู ในศึกอาเซอร์ไบจานซูเปอร์ลีก ค่อนข้างน้อยลง หลังจากเกมล่าสุดพ่ายให้กับ "ราบิต้าบากู" ทีมแชมป์เก่า คิดแค่พยายามเล่นทุกเกมให้ดีที่สุด และชนะให้ได้ทุกเกมที่เหลือจะตามทันไม่ทันค่อยมาดูกันอีกที
 
"ปีต่อๆ ไปก็อยากไปเล่นอาชีพอยู่ เพราะมันคืออาชีพของเรา มีทีมจากรัสเซียติดต่อมาแต่ยังไม่ได้ตกลงอะไรกัน เพราะเค้าเพิ่งส่งอีเมล์มาคุยได้วันสองวัน คงยังไม่ตัดสินใจอยากรอดูหลายๆ ที่เพื่อตัวเลือกที่ดีที่สุด"


ข่าวรัสเซีย 5 'ปูติน'ออกคำสั่งกองทัพรัสเซียซ้อมรบกะทันหัน

 

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

 เอเอฟพี - ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซียเมื่อวันพฤหัสบดี(28) ออกคำสั่งซ้อมรบแบบไม่ทันตั้งตัวในแถบทะเลดำ โดยมีทหาร 7,000 นายและเรือรบหลายสิบลำ ร่วมทดสอบความพร้อมสำหรับทำศึกสงคราม
       
       นายดมิตรี เปสคอฟ โฆษกส่วนตัวของประธานาธิบดีปูตินให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนรัสเซีย ว่าคำสั่งด่วนนี้ส่งถึงนายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหม ณ เวลา 04.00 น.(ตรงกับเมืองไทย07.00น.เช้าวันพฤหัสบดี) และการซ้อมรบครั้งนี้เกี่ยวข้องกับเรือรบ 36 กับกำลังพลมากสุด 7,000 นาย
       
       นายเปสคอฟ ยืนยันว่าคำสั่งดังกล่าวมีเป้าหมายทดสอบความพร้อมสำหรับการสู้รบของกำลังพลรัสเซีย และชี้แจงว่ามอสโกไม่จำเป็นต้องแจ้งเตือนชาติพันธมิตรต่อแผนดังกล่าวแต่อย่างใด "วันนี้เวลา 04.00 น. ท่านประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซียและผู้บัญชาการทหารสูงสุดโดยตำแหน่ง(ปูติน) มีคำสั่งถึงกระทรวงกลาโหมให้เริ่มซ้อมรบใหญ่ในภูมิภาคทะเลดำ การซ้อมรบครั้งนี้มีเจตนาเพื่อทดสอบความพร้อม"
       
       แหล่งข่าวสายทหารบอกกับสำนักข่าวอาร์ไอเอ โนวอสติ ว่าเวลานี้การซ้อมรบได้เริ่มขึ้นแล้วและจะสิ้นสุดในช่วงสุดสัปดาห์ ขณะที่ เปสคอฟ เผยต่อว่า ปูติน เคยเตือนกำลังพลมาก่อนแล้วว่าจะถูกทดสอบแบบกะทันหันต่อความพร้อมสำหรับสู้รบ "หากเรายังจำกันได้ ท่านประธานาธิบดีเคยบอกกว่าคณะมนตรีกลาโหมเมื่อไม่นานมานี้แล้ว ดังนั้นเราก็ควรจำคำพูดของท่านที่เคยกล่าวไว้ด้วยว่าจะมีการซ้อมรบทดสอบความพร้อมแบบกะทันหันเป็นระยะๆ"
       
       รายงานข่าวระบุว่า ปูติน ได้ร่างคำสั่งซ้อมรบแบบสายฟ้าแลบนี้เมื่อคืนวันพุธ(27) ขณะบินจากแอฟริกาใต้กลับไปยังกรุงมอสโก หลังเสร็จสิ้นภารกิจร่วมประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่(บริคส์) ที่เมืองเดอร์บาน
       
       ด้าน อิกอร์ โคนาเชนคอฟ หัวหน้าทีมโฆษกกระทรวงกลาโหมเผยว่านอกจากทหารและเรือรบจำนวนข้างต้นแล้ว ปฏิบัติการซ้อมรบครั้งนี้ยังรวมไปถึงเครื่องบินรบและเฮลิคอปเตอร์อีกกว่า 20 ลพและปืนใหญ่อีก 50 กระบอก
       
       รัสเซีย ลงมือปฏิรูปด้านการทหารครั้งใหญ่หลังเสร็จศึกสงครามกับจอร์เจียเมื่อปี 2008 โดยแม้ทัพหมีขาวจะได้รับชัยชนะเหนือศัตรู แต่ก็พบความอ่อนแอด้านปฏิกิริยาตอบสนองภายในกองทัพ ขณะเดียวกันรัฐบาลมอสโก ก็ต้องการให้กองทัพตอบสนองต่อเงื่อนไขของสงครามยุคใหม่ให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยรวมไปถึงการปรับปรุงโครงสร้างบัญชาการ

ประธานาธิบดีปูติน ออกคำสั่งกองทัพซ้อมรบแบบไม่ให้รู้ตัว

 


ข่าวรัสเซีย 6 บอดี้การ์ดผู้นำรัสเซียกับรปภ.แอฟริกาใต้กระทบกระทั่งกัน

Nation chanel

วันเสาร์ที่  30 มีนาคม 2556 เวลา 08:33 น

แท็บลอยด์ เดลี่ เมล ของอังกฤษ รายงานว่า เกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างบอดี้การ์ดติดอาวุธของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของแอฟริกาใต้ หลังถูกสั่งให้เอา " กระเป๋านิวเคลียร์ " เข้าเครื่องเอ๊กซ์เรย์ 

ประธานาธิบดีปูติน เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสุดยอดของผู้นำกลุ่มประเทศสมาชิกบริกส์ ซึ่งประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ที่เมืองเดอร์บัน ของแอฟริกาใต้ และปรากฎว่า บอดี้การ์ดของเขา ถูกสั่งให้เอากระเป๋าที่บรรจุรหัสการปล่อยนิวเคลียร์เข้าเครื่องเอ็กซ์เรย์ และเริ่มมีการผลักและยื้อยุดกันตอนที่บอดี้การ์ดเหล่านี้ ถูกสั่งให้ออกจากสถานที่จัดการประชุม 

รายงานระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นในเวลาไม่นาน หลังจากประธานาธิบดีปูติน ไปถึงเมืองเดอร์บัน ในระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดของกลุ่มบริกส์ และการผลักและยื้อยุดกันมีขึ้นหลังจาก บอดี้การ์ดบางคนที่ติดตามประธานาธิบดีปูตินไปยังสถานที่จัดการประชุม ถูกกันไม่ให้ตามเข้าไปข้างใน ที่มีประธานาธิบดีจาค็อบ ซูม่า ของแอฟริกาใต้ เป็นเจ้าภาพ และมีผู้นำจาก บราซิล จีน รัสเซียและจีน เข้าร่วม 

หนังสือพิมพ์ มอสโคฟสกี้ คอมซัมโมเล็ตส์ รายงานว่า ประธานาธิบดีปูติน ได้เดินผ่านระบบรักษาความปลอดภัยไปได้ แต่ทีมรักษาความปลอดภัยของเขา ถูกสั่งให้เอากระเป๋าวางบนสายพาน เพื่อผ่านเข้าเครื่องเอ็กซ์เรย์ ซึ่งกระเป๋าเหล่านี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของความลับสุดยอดที่จะต้องถูกตามหลังประธานาธิบดีเสมอ และบอดี้การ์ดก็จะไม่ยอมให้มันถูกส่งไปถึงมือที่สองอย่างเด็ดขาด แม้จะเป็นบอดี้การ์ดด้วยกันก็ไม่ได้ 
.
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสถานที่จัดการประชุม ได้พยายามผลักและดันให้บอดี้การ์ด ของผู้นำรัสเซีย ออกจากอาคาร อันเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยมีรายงานด้วยว่า มีอยู่ช่วงหนึ่ง ที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พยายามจะขวางนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซียด้วย ทั้งที่เขาได้ชื่อว่า เป็นหนึ่งในนักการทูตระดับสูงที่สุดคนหนึ่งของโลก

ผู้สื่อข่าวรัสเซีย ที่ติดตามไปด้วย รายงานว่า ด้วยความไม่พอใจและความเข้าใจผิด ทำให้บอดี้การ์ดของประธานาธิบดีปูติน ที่รูปร่างสูงใหญ่กว่า ผลักเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของแอฟริกาใต้ออกไปพ้นทาง ขณะที่ฝ่ายแอฟริกาใต้ก็เข้าไปช่วยกันดันบอดี้การ์ดรัสเซียเช่นกัน แต่แม้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของแอฟริกาใต้ จะตัวเล็กแค่ครึ่งหนึ่งของฝ่ายรัสเซีย แต่พวกเขาก็มีปืนกลในมือ ตอนที่พวกเขาเข้าไปกั้นนายลาฟรอฟ ทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันรอบใหม่ ก็นับว่าโชคดีที่แค่ผลักกันไป-มาเท่านั้น


ข่าวรัสเซีย 7 มาเลเซียประกาศซื้อเครื่องบินรบ 18 ลำเสริมเขี้ยวเล็บภายในปี 2015

 

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

28 มีนาคม 2556 17:26 น.

     รอยเตอร์/เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์ - มาเลเซียเตรียมซื้อเครื่องบินขับไล่เพิ่มเติมอีก 18 ลำ ภายในปี 2015 เพื่อนำมาแทนที่ฝูงเครื่องบินขับไล่เดิมซึ่งมีเครื่อง “มิก-29” ของรัสเซียเป็นแกนหลัก และมีอายุการใช้งานยาวนานโดยล่าสุดรัฐบาลเสือเหลืองประกาศขึ้นบัญชี 5 บริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ที่อยู่ในข่ายการพิจารณา
       
       คำแถลงของอาหมัด ซาฮิด ฮามิดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแดนเสือเหลือง ในวันพฤหัสบดี (28) ระบุว่า ตัวเลือกของมาเลเซียในการเสริมเขี้ยวเล็บครั้งนี้ประกอบไปด้วย เครื่องบินขับไล่ยูโรไฟเตอร์ ไทฟูนจากสหราชอาณาจักร, เครื่องบินขับไล่ ซาบ เจเอเอส-39 กริเพนจากสวีเดน, เครื่องบินขับไล่ ดัสโซลต์ ราฟาลจากฝรั่งเศส, เอฟ/เอ 18 อี/เอฟ ซูเปอร์ ฮอร์เน็ต จากบริษัทโบอิ้งของสหรัฐฯ รวมถึงเครื่องบินขับไล่ซูคอย ซู-30 จากรัสเซีย
       
       รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซียเปิดเผยข่าวการเสริมเขี้ยวลับทางอากาศดังกล่าว ระหว่างเข้าร่วมงานมหกรรมแสดงสินค้าด้านการเดินเรือและอวกาศนานาชาติที่เกาะลังกาวี โดยยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดตัวเลขงบประมาณที่แน่นอนที่จะนำมาใช้ในโครงการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ครั้งนี้ และคาดว่าการตัดสินใจอนุมัติจัดซื้อขั้นสุดท้ายจะมีขึ้นหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่คาดว่านายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค อาจประกาศในช่วงสิ้นเดือนเมษายนนี้
       
       ขณะที่แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมอาวุธระหว่างประเทศ เผยว่า การจัดซื้อฝูงบินขับไล่ของมาเลเซียอาจต้องใช้งบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์ ซึ่งในมุมมองของรัฐบาลกัวลาลัมเปอร์แล้วถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าเครื่องบินขับไล่ที่มาเลเซียมีอยู่ในความครอบครองขณะนี้ ไม่มีศักยภาพพอที่จะปกป้องประเทศจากภัยคุกคามใหม่ๆ ได้ โดยเฉพาะข้อพิพาทกับจีนเกี่ยวกับพื้นที่หลายส่วนในทะเลจีนใต้ และภัยคุกคามจากกลุ่มติดอาวุธทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ที่กำลังคุกคามความมั่นคงต่อรัฐซาบาห์บนเกาะบอร์เนียว

       

       

       

       

 


ข่าวรัสเซีย 8 รัสเซีย น่าอิจฉา ขึ้นแชมป์ประเทศที่มีวันหยุดเยอะที่สุด ส่วนไทยรั้งอันดับ 24

 

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

28 มีนาคม 2556 16:17 น.

ในจำนวนวันหยุด 40 วันนั้น นักท่องเที่ยวรัสเซียจำนวนไม่น้อยเลือกมาท่องเที่ยวที่เมืองไทย

       Hotels.com จัดทำแบบสำรวจจำนวนวันหยุดต่างๆ ในแต่ละประเทศทั่วโลก โดยรวมวันหยุดช่วงเทศกาลประจำปี (วันหยุดนักขัตฤกษ์) และวันหยุดแบบลาพักร้อน ผลการสำรวจพบว่า รัสเซียเป็นประเทศที่มีวันหยุดรวมกันแล้วมากที่สุดซึ่งมีมากถึง 40 วัน ส่วนเม็กซิโกรั้งท้ายด้วยจำนวนวันหยุดรวมทั้งหมดเพียง 13 วันต่อปี
       
       ผลสำรวจจากประเทศต่างๆ กว่า 30 ประเทศทั่วโลก พบว่าจำนวนเฉลี่ยของวันหยุดรวมกันคือ 28 วันต่อปี โดยรัสเซียซึ่งเป็นประเทศที่มีวันหยุดมากที่สุดนั้น แบ่งเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ 12 วัน และวันลาพักร้อน 28 วัน ส่วนอันดับ 2 คือประเทศอิตาลีและสวีเดน มีวันหยุดรวม 36 วัน แบ่งเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ 24/25 วัน และวันลาพักร้อน 12/11 วัน
       
       ส่วนประเทศแคนาดาและเม็กซิโกเป็น 2 ประเทศที่มีจำนวนวันหยุดน้อยที่สุด แคนาดามีจำนวนวันหยุด 15 วัน แบ่งเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ 5 วัน วันลาพักร้อน 10 วัน ส่วนเม็กซิโกมีจำนวนวันหยุดเพียง 13 วัน แบ่งเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ 6 วัน และวันลาพักร้อน 7 วัน ด้านประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 24 มีวันหยุดรวม 21 วัน แบ่งเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ 15 วัน และวันลาพักร้อน 6 วัน
       
       หากดูเฉพาะจำนวนวันหยุดนักขัตฤกษ์พบว่าอาร์เจนติน่าเป็นอันดับ 1 โดยมีจำนวนวันหยุดนักขัตฤกษ์ถึง 19 วันต่อปี ซึ่งรวมถึงเทศกาลงานคาร์นิวัลอันโด่งดังของอาร์เจนติน่าที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 11 ถึง 12 กุมภาพันธ์ ตามมาด้วยประเทศโคลัมเบีย ที่มีจำนวนวันหยุดนักขัตฤกษ์ 18 วันต่อปี ซึ่งรวมถึงวัน 'Dia de San Jose' ที่จะมีขึ้นในวันที่ 19 มีนาคม ส่วนบราซิล แคนาดาและอินเดีย นั้นเป็นสามประเทศที่มีจำนวนวันหยุดนักขัตฤกษ์น้อยที่สุด ซึ่งมีเพียง 5 วันต่อปีเท่านั้น

 


 

ข่าวรัสเซีย 9 สั่งจับตารัสเซียส่อทำธุรกิจผิดกม.มากกว่าชาติอื่น

 

Nation Nation Channel Breaking News

วันเสาร์ที่  30 มีนาคม 2556 เวลา 08:37 น

ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดภูเก็ต นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหา กรณีแรงงานต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในเขตพื้นที่อำเภอถลาง จ.ภูเก็ต หลังมีผู้ประกอบการในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ส่งผลให้เกิดการรวมตัวชุมนุมเรียกร้องสิทธิในการประกอบอาชีพก่อนหน้านี้ โดยมีนายสุพจน์ ชนะกิจ นายอำเภอถลาง, นางเยาวภา พิบูลย์ผล จัดหางานจังหวัดภูเก็ต, นายนิมิต ฆังคะจิตร พัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดภูเก็ต, นายภูริพัฒน์ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต, นายประพันธ์ ขันธ์พระแสง หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

สำหรับการประชุมของคณะทำงานดังกล่าว ถือว่ามีอำนาจในการตรวจสอบ รวบรวมข้อเท็จจริง ปัญหาอุปสรรค และแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ภายใต้ระเบียบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรการควบคุมดูแลผู้ประกอบการให้อยู่ภายใต้ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ และกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมทั้งเชิญส่วนราชการและองค์กรอื่นๆ บุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหา รวมทั้งชี้แจงข้อเท็จจริง ทั้งนี้ จากข้อมูลคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในอำเภอถลาง ยอดสะสม ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2556 มีจำนวน 1,005 คน มีสัญชาติต่างๆ ที่ได้รับรับอนุญาตมากกว่า 17 สัญชาติ อาทิ อังกฤษ 109 คน รัสเซีย 99 คน ฝรั่งเศส 80 คน อิตาลี 69 คน เป็นต้น ประเภทกิจการส่วนใหญ่เป็นร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม โรงแรม ตัวแทนธุรกิจท่องเที่ยวและจัดนำเที่ยว นอกจากนี้ ยังมีการเสนอด้วยว่า หากต้องการจะให้เห็นผลเป็นรูปธรรมนั้น จะต้องมีการกำหนดเป้าหมายของกลุ่มประเทศและประเภทที่จะตรวจสอบให้ชัดเจน รวมทั้งเป็นประเภทที่เข้าข่ายว่ามีความผิดชัดเจน โดยแต่ละหน่วยงานสามารถใช้กฎหมายเข้าไปดำเนินการได้ทันที 

นายจำเริญ กล่าวว่า ในเบื้องต้นชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจนั้น จะเน้นไปยังรัสเซียเป็นกลุ่มแรก เนื่องจากปัจจุบันมีปัญหาค่อนข้างมาก โดยให้มีการประชุม เพื่อติดตามผลการดำเนินงานเดือนละอย่างน้อย 1 ครั้ง รวมทั้งให้มีการจัดทำประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานให้เป็นที่รับทราบผ่านสื่อต่างๆ ด้วย


ข่าวรัสเซีย 10 รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศไทยเยือนรัสเซีย ครั้งแรกในรอบ 8 ปี

มติชน วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2556 เวลา 23:30:53 น.

ในวันที่ 27 - 29 มีนาคม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย และเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-รัสเซีย ครั้งที่ 5 ที่กรุงมอสโก โดยจะนำคณะผู้แทนไทยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 22 แห่งไปเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว พร้อมทั้งนำคณะผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ของไทย 5 แห่ง ไปหารือกับหน่วยงานด้านการศึกษาและวิจัยของรัสเซียด้วย การเยือนครั้งนี้เป็นการเยือนรัสเซียของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยครั้งแรกในรอบ 8 ปี

 

โดยนายสุรพงษ์ กับนาย Denis Manturovรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้ารัสเซียจะร่วมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมฯ ทั้งสองฝ่ายจะหารือเกี่ยวกับการยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีและการขยายความร่วมมือในสาขาต่างๆ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ พลังงาน  วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การศึกษา และวัฒนธรรม

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของไทย มีกำหนดพบหารือทวิภาคีกับนาย Sergey Lavrovรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย โดยจะหารือเรื่องการยกระดับความสัมพันธ์สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ แสดงเจตจำนงทางการเมืองที่จะขยายความร่วมมือสาขาต่างๆ รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างประเทศที่อยู่ในความสนใจของทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ การหารือทวิภาคีดังกล่าวจะเป็นพื้นฐานสำหรับการเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีในปีนี้ ภายหลังการหารือ ทั้งสองฝ่ายจะลงนามในแผนการหารือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศของไทยกับรัสเซีย ระหว่างปี 2556 - 2558 ด้วย

 

ในโอกาสนี้ นายสุรพงษ์ จะนำคณะผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของไทย เข้าพบหารือกับผู้บริหารสภารัฐบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งสหพันธรัฐรัสเซีย (Russian Academy of Sciences) และหน่วยงานด้านการวิจัยที่เกี่ยวข้องของรัสเซีย เพื่อศึกษาดูงานความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของรัสเซีย รวมทั้งหารือเกี่ยวกับแผนการขยายความร่วมมือ และสร้างเครือข่ายระหว่างหน่วยงานของไทยกับรัสเซียด้วย             

 

สหพันธรัฐรัสเซียเป็นมิตรเก่าแก่ของไทยในยุโรป ทั้งสองฝ่ายได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปี 2440 ปัจจุบัน ความสัมพันธ์ไทย-รัสเซียครอบคลุมทุกมิติและทวีความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น มีการแลกเปลี่ยนการเยือนในทุกระดับ รัสเซียเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในยุโรปตะวันออก ในปี 2555 มูลค่าการค้าระหว่างกันรวม 161,645 ล้านบาท มูลค่าการลงทุนของรัสเซียที่ได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริม  การลงทุน (BOI) กว่า 1.1 พันล้านบาท และมีชาวรัสเซียเดินทางมาท่องเที่ยวไทย 1.3 ล้านคน นอกจากนี้ รัสเซียยังมีความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในหลายสาขาที่ไทยสามารถเรียนรู้และร่วมมือ เพื่อยกระดับสมรรถนะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศด้วย


ข่าวรัสเซีย 11 “อัสซาด” ผู้นำซีเรีย ส่ง จม.วอนกลุ่มประเทศ “BRICS” แสดงบทบาทยุติสงครามกลางเมือง

 

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

  เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์ - ประธานาธิบดีบาชาร์อัลอัสซาด ผู้นำซีเรีย วอนผู้นำชาติเศรษฐกิจเฟื่องฟูใหม่รายใหญ่ หรือ “BRICS” ซึ่งประกอบด้วยบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ช่วยยุติสงครามกลางเมืองและความขัดแย้งในซีเรียที่ดำเนินมา 2 ปี
       
       รายงานข่าวระบุว่า ประธานาธิบดีบาชาร์อัลอัสซาด วัย 47 ปี ซึ่งขึ้นครองอำนาจในฐานะผู้นำซีเรียต่อจากบิดาเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2000 ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงผู้นำทั้ง 5 ชาติ ที่อยู่ระหว่างร่วมการประชุมสุดยอดของ BRICS ที่นครเดอร์บันของแอฟริกาใต้ โดยจดหมายดังกล่าวถูกนำมาเผยแพร่โดยสื่อในความควบคุมของรัฐบาลซีเรียในวันพุธ (27)
       
       เนื้อหาในจดหมายของผู้นำซีเรียระบุว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศเศรษฐกิจเฟื่องฟูใหม่ระดับนำทั้ง 5 ชาติจะต้องแสดงบทบาทเพื่อยุติความขัดแย้งในซีเรีย โดยระบุว่าประชาชนชาวซีเรียกำลังตกอยู่ภายใต้ “การก่อการร้าย” ที่ได้รับการหนุนหลังจากบรรดาชาติอาหรับและโลกตะวันตก อย่างไรก็ดี เนื้อหาในจดหมายไม่มีการเปิดเผยว่าผู้นำซีเรียต้องการให้ผู้นำกลุ่มประเทศ BRICSให้การช่วยเหลือในลักษณะใด
       
       ความเคลื่อนไหวล่าสุดของบาชาร์อัลอัสซาด มีขึ้นหลังจากที่บรรดาผู้นำชาติอาหรับซึ่งเข้าประชุมที่กรุงโดฮา ของกาตาร์ลงมติให้โมอาซอัล-คอติบ ประธานแนวร่วมแห่งชาติซีเรีย (Syrian National Coalition) ได้รับสถานะเป็นผู้แทนซีเรียประจำสันนิบาตอาหรับเมื่อวันอังคาร (26) และยังให้สิทธิ์แก่ชาติสมาชิกสันนิบาตอาหรับในการส่งอาวุธช่วยเหลือกบฏซีเรียอีกด้วย
       
       ทั้งนี้ ความขัดแย้งในซีเรียได้ปะทุขึ้นตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมปี 2011 โดยข้อมูลล่าสุดของสหประชาชาติระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากความรุนแรงในซีเรียแล้วเกินกว่า 70,000 คน และชาวซีเรียกว่า 1.2 ล้านคนต้องกลายเป็นผู้อพยพภายในประเทศ ขณะที่อีกราว 1 ล้านคนต้องลี้ภัยไปหลบซ่อนตามแนวชายแดนที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน


ข่าวรัสเซีย 12 เวิลด์แบงก์พร้อมร่วมมือธ.กลุ่มบริกส์

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

 วันที่ 27 มีนาคม 2556 12:20

ธนาคารโลกเผย พร้อมสนับสนุนธนาคารเพื่อการพัฒนาของกลุ่มมหาอำนาจตลาดเกิดใหม่ "บริกส์" คาดจะเป็นหุ้นส่วนที่ทรงคุณค่า

ธนาคารโลกแถลง กรณีกลุ่มประเทศบริกส์จะก่อตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาของกลุ่ม ว่าธนาคารโลกยินดีกับการก่อตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาของกลุ่มบริกส์ และพร้อมทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อยุติปัญหาความยากจน สร้างความมั่งคั่งในประเทศกำลังพัฒนา การตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาถือเป็นพันธะสัญญาที่มีนัยสำคัญของกลุ่มบริกส์ ขณะนี้ธนาคารโลกกำลังรอคอยรายละเอียดเรื่องการบริหารองค์การ การเงิน และสถานที่ตั้ง

แถลงการณ์ระบุด้วยว่าจากประสบการณ์การทำงานพัฒนาทั่วโลกร่วม 60 ปี ธนาคารโลกได้สร้างทีมงาน สมรรถนะ องค์ความรู้ ทักษะความชำนาญ และยินดีจะแบ่งปันประสบการณ์ที่มีและให้ความช่วยเหลือสถาบันใหม่แห่งนี้เพื่อพัฒนาโลกในทุกๆ วิถีทางที่ธนาคารโลกจะทำได้

สมาชิกกลุ่มบริกส์5 ชาติ ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ได้บรรลุข้อตกลงจัดตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนา เพื่อแข่งขันกับธนาคารโลกซึ่งสนับสนุนโดยชาติตะวันตก โดยมีแนวโน้มว่า ธนาคารเพื่อการพัฒนา จะเน้นที่การปล่อยกู้สำหรับโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน อันเป็นการท้าทายธนาคารโลกโดยตรง อย่างไรก็ตามรายละเอียดของการก่อตั้งและดำเนินการของสถาบันการเงินน้องใหม่ยังไม่ชัดเจนในขณะนี้


ข่าวรัสเซีย 13 'บริกส์'ได้ข้อตกลงตั้งธ.เพื่อการพัฒนา

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

วันที่ 27 มีนาคม 2556 08:35

บริกส์ได้ข้อตกลง ตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนา แข่งสถาบันชาติตะวันตก

รัฐมนตรีคลังแอฟริกาใต้เผยว่าบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ หรือกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ "บริกส์" มีความคืบหน้าอย่างมาก และผู้นำของทั้ง 5 ชาติใกล้จะประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลงจัดตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนา อันจะแข่งขันกับสถาบันของชาติตะวันตก

มีแนวโน้มว่า ธนาคารเพื่อการพัฒนา จะเน้นที่การปล่อยกู้สำหรับโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน อันเป็นการท้าทายโดยตรงกับธนาคารโลก ที่ก่อตั้งมา 70 ปี ทั้งยังเป็นครั้งแรกของกลุ่มบริกส์ที่ก่อตั้งมา 4 ปีที่กลุ่มนี้มีความเคลื่อนไหวเป็นรูปธรรมเพื่อสร้างระเบียบโลกที่มีความเท่าเทียมกันมากขึ้น

รวมแล้ว กลุ่มบริสก์มีสัดส่วน 25% ของจีดีพีโลก และ 40% ของประชากรโลก ที่ผ่านมาสมาชิกกลุ่มบริกส์วิจารณ์ว่าสถาบันของชาติตะวันตกอย่างธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ รวมถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เปลี่ยนแปลงไม่รวดเร็วพอรองรับอิทธิพลใหม่ๆ ของทางกลุ่ม

การบรรลุข้อตกลงนี้ถือเป็นการส่งสารที่ชัดเจนไปยังสหรัฐและยุโรปว่าดุลอำนาจในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม อาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าการตั้งธนาคารจะสำเร็จและดำเนินงานได้

ด้านผู้ว่าการธนาคารกลางบราซิลกล่าวว่ามีความคืบหน้าอย่างดีในการทำข้อตกลงเพื่อจัดทำข้อตกลงสวอปอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งน่าจะมีจำนวน 100,000 ล้านดอลลาร์ เงินในกองทุนนี้สามารถดึงมาใช้ได้ในยามเผชิญปัญหาสภาพคล่องหรือเกิดวิกฤติต่างๆ รวมถึงเพื่อส่งเสริมการค้าขาย

ขณะที่จีนกับบราซิล ซึ่งเป็นสมาชิกบริกส์ บรรลุข้อตกลงใช้เงินสกุลของตัวเองในการค้าทวิภาคี ซึ่งมีมูลค่าปีละ 30,000 ล้านดอลลาร์ ข้อตกลงดังกล่าวมีอายุ 3 ปี

 


ข่าวรัสเซีย 14 ผู้นำรัสเซียไม่ขัด หักภาษีเงินฝากของเศรษฐีในไซปรัส

วันเสาร์ที่  30 มีนาคม 2556 เวลา 08:45 น.

เนชั่นแชลแนล

แม้รัสเซียจะไม่พอใจการเก็บภาษีที่มองว่าเป็นการไม่ยุติธรรม ต่อผู้มีเงินฝากอยู่ในธนาคารของไซปรัส แต่ก็ยินยอมที่จะสนับสนุนการให้เงินช่วยเหลือไซปรัสของบรรดาเจ้าหนี้ในยุโรป ซึ่งเป็นที่น่าประหลาดใจสำหรับนักวิเคราะห์ ที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ไม่ได้ใช้ถ้อยคำที่รุนแรงตำหนิสหภาพยุโรป หรือ อียู หรือไซปรัส แต่กลับยืนยันว่า รัสเซียสนับสนุนการให้เงินกู้ของอียู ด้วยการปรับโครงสร้างหนี้ที่ไซปรัสกู้จากรัสเซีย 2,500 ล้านยูโร เมื่อ 2 ปีก่อน 

ในขณะที่ชาวรัสเซียที่มีฐานะระดับเศรษฐีจำนวนมาก พากันไม่พอใจที่อาจจะสูญเสียเงินจำนวนมหาศาล ภายใต้มาตรการหักภาษีเงินฝาก พวกเขาต่างประหลาดต่อท่าทีประนีประนอมของปูตินแต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า ผู้ที่กำลังเสียเงินในไซปรัส มีแนวโน้มว่าจะเป็นนักธุรกิจระดับกลาง และเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตคอรัปชั่น 

นักวิเคราะห์จากบริษัทอาร์บัท อินเวสต์เวนท์ เซอร์วิส ในมอสโคว์ ให้ความเห็นว่า ไม่มีเหยื่อตัวจริงที่อยู่ในระดับสูงสุดของการตัดสินใจ มีเงิน 2 หมื่นล้านยูโร ถูกย้ายออกจากธนาคารไซปรัส ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และเชื่อว่าเป็นเงินของชาวรัสเซีย และคิดว่า เงินกู้ 2,500 ล้านยูโร ที่รัสเซียให้ไซปรัสก่อนหน้านี้ เป็นการซื้อเวลาสำหรัฐคนที่วิตกและพากันถอนเงินออกไป 

มีเพียงนายกรัฐมนตรีดมิทรี่ เมดเวเดฟ ที่พูดถึงสถานการณ์ในไซปรัสว่า " ขโมย " แต่ก็ยังไม่รุนแรงเท่ากับตอนแรก ที่เขาพูดถึงแผนการหักภาษีเงินฝากว่า เป็นการขโมยเงินที่ถูกขโมยมาอีกทอดหนึ่ง " โดยเป็นทราบกันโดยทั่วไปว่า เงินของชาวรัสเซียที่มีฐานะขั้นมหาเศรษฐีส่วนใหญ่ ที่ฝากอยู่กับธนาคารในไซปรัส เป็นเงินที่ขโมยมาจากรัสเซียนั่นเอง

 


ข่าวรัสเซีย 15 อังกฤษเผยผลชันสูตรศพเศรษฐีรัสเซียเกิดจากแขวนคอ

Nation Channel Breaking News

วันเสาร์ที่  30 มีนาคม 2556 เวลา 08:45 น.

อังกฤษเผยผลชันสูตรศพมหาเศรษฐีรัสเซียโดยสรุปว่าเขาเสียชีวิตจากการแขวนคอภายในคฤหาสน์นอกกรุงลอนดอน

ตำรวจอังกฤษแถลงว่า จากผลการชันสูตรศพนายบอริสเบเรซอฟสกี้ วัย 67 ปี มหาเศรษฐีที่มักวิจารณ์ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ที่เสียชีวิตเมื่อวันเสาร์ บ่งชี้ว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการแขวนคอ แต่ยังต้องรอผลการตรวจทางพิษวิทยาด้วย ซึ่งจะต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ นอกจากนี้ผลการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ รวมทั้งไม่พบร่องรอยของสารเคมี หรือ สารกัมมันตรังสี และไม่พบหลักฐานว่ามีบุคคลที่สามในที่เกิดเหตุ 

คฤหาสน์ในเมืองแอสค็อต เขตเบิร์กไชร์ ซึ่งเป็นสถานที่พบศพเบเรซอฟสกี้จะยังถูกปิดกั้นไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไป ขณะที่มีข้อสันนิษฐานมากมายว่าเขาอาจเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย หรือมีอาการของโรคหัวใจกำเริบ สืบเนื่องจากความเครียดเรื่องหนี้สิน 

แหล่งข่าวบอกว่า คฤหาสน์หลังนั้นเป็นของอดีตภรรยา กาลิน่า และเขามาอาศัยที่นี่ได้นานหนึ่งเดือนแล้ว เนื่องจากเชื่อว่าบ้านของเขาถูกดักฟัง และเคยทำพินัยกรรมแล้วแก้ไขหลายครั้งช่วงหลายปีนี้ นอกจากนี้เขายังบอกว่าอยากกลับรัสเซีย และเคยคิดว่าอยากให้ศพได้ถูกส่งกลับไปยังบ้านเกิด แต่เพื่อนใกล้ชิดบางคนไม่เชื่อว่าเบเรซอฟสกี้จะฆ่าตัวตาย และเพื่อนของครอบครัวบอกด้วยว่า เขาเคยมีอาการกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

สื่อรัสเซียรายงานว่า รัฐบาลพร้อมอนุญาตให้นำศพกลับไปฝังในรัสเซียได้ หากได้รับการร้องขอ


ข่าวรัสเซีย 16 บริคส์เล็งตั้งแบงก์คานอำนาจ IMF-ธนาคารโลก

กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ 5 ราย หรือบริคส์ เปิดหารือวันแรกที่แอฟริกาใต้ เล็งอนุมัติจัดตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งใหม่

หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ฟรอนเทียร์ แอดไวเซอร์รีย์ บริษัทด้านการวิจัยตลาด นายมาร์ติน เดวีส์ แสดงความเห็นว่า ค่อนข้างจะแน่นอนว่าการประชุมครั้งนี้ จะมีการเห็นพ้องในหลักการ ถึงการจัดตั้งสถาบันการเงินแบบเดียวกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กับธนาคารโลกขึ้นมา โดยจะเน้นให้บริการเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาเท่านั้น 

นายเดวีส์ชี้ว่า ท่าทีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนขั้วอำนาจ จากขั้วอำนาจแบบดั้งเดิม ไปสู่ตลาดเกิดใหม่ ซึ่งในโลกตะวันตกนั้น มีความวิตกในเรื่องสภาพภูมิศาสตร์ทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจนี้อยู่มาก

ที่ผ่านมา สมาชิกกลุ่มบริคส์ ที่มีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศรวมกันแล้วราว 4.4 ล้านล้านดอลลาร์ และมีประชากรรวมกันคิดเป็นสัดส่วน 43% ของจำนวนประชากรโดยรวมทั่วโลก พยายามหาทางที่จะเพิ่มอำนาจในเวทีการเงินโลก เพื่อให้สอดคล้องกับอิทธิพลทางเศรษฐกิจของกลุ่มที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงเรียกร้องให้มีการยกเครื่องคณะบริหารธนาคารโลก และไอเอ็มเอฟ พร้อมคัดค้านการเลือกเฉพาะชาวยุโรป และสหรัฐ มาดำรงตำแหน่งประธานของทั้ง 2 สถาบันดังกล่าว

อย่างไรก็ดี บรรดานักวิเคราะห์คาดว่า ที่ประชุมน่าจะล้มเหลวถึงการบรรลุข้อตกลงในเรื่องรายละเอียดของการจัดตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งใหม่ โดยเฉพาะในเรื่องการจัดหาเงินทุนสนับสนุนธนาคาร และวิธีการทำงาน

เจ้าหน้าที่จาก 5 ชาติสมาชิกบริคส์ ซึ่ง ประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ เผยด้วยว่า นอกจากเรื่องการจัดตั้งธนาคารดังกล่าวแล้ว ในการประชุมสุดยอดครั้งล่าสุด ที่เมืองเดอร์บัน แอฟริกาใต้ครั้งนี้ ผู้นำทั้ง 5 ชาติตั้งเป้าที่จะอนุมัติถึงการตั้งกองทุน ที่จะดึงทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเข้ามาไว้ในกองทุนแห่งนี้ เพื่อป้องกันดุลบัญชีชำระเงิน หรือวิกฤติการเงิน แบบเดียวกับกองทุนความริเริ่มเชียงใหม่ ที่ทำให้ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ และ 10 ชาติสมาชิกอาเซียอาเซียน เข้าถึงสภาพคล่องฉุกเฉิน 240,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อป้องกันภูมิภาคจากผลกระทบกรณีเกิดวิกฤติการเงินโลกขึ้นมา


ข่าวรัสเซีย 17 จีนซื้ออาวุธรัสเซียครั้งแรกรอบ10ปี

หนังสือพิมพ์พีเพิลส์ เดลี ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์ รายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนได้ลงนามในข้อตกลงซื้อเครื่องบินรบ ซู-35 จำนวน 24 ลำ และเรือดำน้ำชั้นลาดา 4 ลำ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่จีนซื้ออาวุธทันสมัยจำนวนมากจากรัสเซีย

ข้อตกลงซื้อขายมีขึ้นในช่วงที่รัฐบาลจีนกำลังขยายแสนยานุภาพทางทหาร โดยเมื่อปีที่แล้วจีนมีเรือบรรทุกเครื่องบินประจำการครั้งแรก อีกทั้งยังมีขึ้นในช่วงที่จีนมีข้อพิพาทหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออกกับญี่ปุ่น เครื่องบินรบ ซู-35 จะช่วยลดแรงกดดันเรื่องการป้องกันทางอากาศของจีนก่อนที่จะผลิตเครื่องบินรบล่องหน ส่วนเรือดำน้ำทั้ง 4 ลำนั้น จะผลิตในรัสเซีย 2 ลำ ผลิตในจีน 2 ลำ


คาดว่าจีนและรัสเซียจะร่วมมือกันพัฒนาขีปนาวุธโจมตีเครื่องบินรบพิสัยไกล เอส-400, เครื่องบินไอพ่นขนาดใหญ่ 117เอส, เรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ไอแอล-476 และเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ ไอแอล-78 หลังจากที่เคยเป็นศัตรูกันในช่วงสงครามเย็น แต่ต้องมากระชับความร่วมมือกันในระยะหลังเพื่อถุวงดุลอิทธิพลของสหรัฐในโลก

ช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จีนประกาศเพิ่มงบประมาณทางทหาร 10.7% เป็นมูลค่า 720,200 ล้านหยวนในปีนี้

 


ข่าวรัสเซีย 18 แปลกแต่จริง.. สื่อรัสเซียสวนสื่อจีน “ไม่มีการเซ็นซื้อขาย Su-35, เรือดำน้ำ”

 

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

26 มีนาคม 2556 20:26 น

ข่าวการซื้ออาวุธรัสเซียล็อตใหญ่ของจีนที่รายงานโดยข่ายโทรทัศน์แห่งชาติจีนระหว่างประธานาธิบดีสีจิ้นผิงไปเยือนสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่ทั่วภูมิภาคเอเชียตั้งแต่เกาหลี ญี่ปุ่น เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ไปจนถึงอินเดียต่างจับตามอง และเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังไปทั่ว ในขณะที่สื่อในรัสเซียต่างเงียบกริบ ไม่มีข่าวนี้ ยกเว้นเพียง 1 สำนักที่ได้ออกปฏิเสธรายงานของข่ายโทรทัศน์กลาง หรือ CCTV ในกรุงปักกิ่ง 
       
       เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากโทรทัศน์จีนรายงานเรื่องนี้ อิตาร์ทาส (ITAR-TASS) ซึ่งเป็นหนึ่งในสำนักข่าวของทางการรัสเซีย ได้รายงานตอบโต้ว่า “ไม่มีการเซ็นสัญญาซื้อขายอาวุธใดๆ ระหว่างการเยือนของประธานาธิบดีจีนสีจิ้นผิง สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา”
       
       TASS รายงานเรื่องนี้โดยอ้างคำพูดของแหล่งข่าวกลาโหมที่อยู่วงใน ระหว่างการเยือนของผู้นำจีน และภริยา
       
       “สองฝ่ายไม่ได้มีการเซ็นสัญญาใดๆ เกี่ยวกับการซื้อขายอาวุธใดๆ ทั้งสิ้น และไม่มีวาระนี้ระหว่างการเยือนของประธานาธิบดีจีนนายสีจิ้นผิง” TASS กล่าว
       
       สำนักข่าวอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ อินเตอร์แฟ็กซ์ (InterFax) ที่มักจะเปิดเผยเรื่องการซื้อขายอาวุธก่อนใครๆ เสมอ และในหลายกรณีเป็นรายงานล่วงหน้า ก็ไม่มีข่าวนี้ เช่นเดียวกับสำนักข่าวโนวอสติที่ได้ชื่อในเรื่องความเร็วกับความรอบด้าน ขณะที่สำนักข่าวกลาโหมชั้นนำของรัสเซียคือ “เล็นตาด็อทอาร์ยู” รายงานแต่เพียงว่า “ทราบจากสื่อจีน”
       
       ในเว็บไซต์นิตยสาร “คอมเมอร์ซันต์” สื่อของบริษัทส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ในสังกัดกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ก็ไม่มีข่าวนี้เช่นกัน ซึ่งปกติทั่วไปจะต้องเป็นข่าวใหญ่ เพราะเป็นการเน้นย้ำถึงคุณภาพของอาวุธรัสเซียเอง
       
       การซื้อขายอาวุธในยุคใหม่ไม่ได้เป็นความลับสุดยอดอีกต่อไป ซึ่งต่างไปจากยุคคอมมิวนิสต์สหภาพโซเวียต ทั้งนี้ เนื่องจากรัสเซียมีข้อตกลงกับโลกตะวันตกที่จะต้องจำหน่ายอาวุธให้แก่ลูกค้ารายต่างๆ ด้วยความโปร่งใส การซื้อขายอาวุธใดๆ กับจีน หรือมิตรประเทศอื่นๆ ก็ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกัน
       
       เมื่อสงครามกลางเมืองในซีเรียปะทุขึ้นใหม่ๆ รัสเซียแถลงอย่างเปิดเผยว่า ได้ส่งอาวุธจำนวนหนึ่งให้แก่ฝ่ายรัฐบาลประธานาธิบดีอัสสาด ที่กำลังต่อสู้กับฝ่ายกบฏเรียกร้องประชาธิปไตย และเสรีภาพ แต่ทั้งนี้ เป็นการส่งมอบตามข้อตกลงซื้อขายที่เซ็นกันก่อนหน้านั้นเป็นเวลาหลายปี..
       
       ในเดือน ม.ค. ปีนี้ TASS เป็นแห่งแรกที่ออกปฏิเสธรายงานของสื่อในจีนที่ว่า รัสเซียได้ตกลงขายเครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์ความเร็วเหนือเสียงแบบ Tu-20M3 รุ่นใหม่ล่าสุด จำนวน 12 ลำ ให้แก่จีน และเพียงข้ามวันต่อมา บริษัทส่งออกอาวุธของกระทรวงกลาโหมได้ออกยืนยันว่า “ไม่เคยมีการเจรจากันในเรืองนี้” ทั้งยังระบุด้วยว่า รัสเซียไม่สามารถส่งออก “อาวุธยุทธศาสตร์” ได้
       
       โทรทัศน์แห่งชาติจีนซึ่งเป็นต้นตอของข่าวอื้อฉาวล่าสุดรายงานว่า สองฝ่ายได้เซ็นความตกลงซื้อขายเครื่องบินซู-35 “ซูเปอร์แฟล็งเคอร์” จำนวน 24 ลำ กับเรือดำน้ำชั้นลาดา (Lada-class) อีก 4 ลำ ในนั้น 2 ลำจะต่อในรัสเซีย อีก 2 ลำต่อในจีน รวมทั้งเครื่องยนต์ไอพ่นรุ่น 117S (เครื่องยนต์ Su-35) และเครื่องบินลำเลียงขนส่งขนาดใหญ่ “อิลยูชีน” Il-476 และเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ Il-78 ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ใน “กรอบเจรจา” ระหว่างการเยือนรัสเซียของผู้นำจีน วันที่ 22-24 มี.ค.ที่ผ่านมา CCTV กล่าว
       
       นอกจากนั้น สองฝ่ายยังตกลงจะร่วมมือกันพัฒนาเทคโนโลยีทางการทหาร รวมทั้งรัสเซียจะถ่ายทอดเทคโนโลยีของระบบจรวดป้องกันการโจมตีทางอากาศแบบ S-400 ให้แก่ฝ่ายจีนอีกด้วย โทรทัศน์จีนรายงานโดยไม่ได้อ้างแหล่งที่มาของข่าวสาร ..
       
       เรื่องราวทั้งหมดนี้ยิ่งดูเป็นจริงเป็นจังมากขึ้นไปอีกเมื่อหนังสือพืมพ์“ประชาชน” ของพรรคคอมมิวนิสต์นำเสนอข่าวในวันรุ่งขึ้น

เข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า? สำนักข่าวเล็นตาด็อทอาร์ยู ตั้งคำถาม ..
       
       เกี่ยวกับระบบ S-400 นี้ สื่อของทางการจีนรายงานตั้งแต่ปี 2554 ว่า รัสเซียได้ตกลงขายให้จีนแล้ว แต่เวลาต่อมา บริษัทส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ของรัสเซียได้ออกปฏิเสธ รวมทั้งกล่าวย้ำว่า รัสเซียไม่สามารถส่งออกอาวุธป้องกันทางยุทธศาสตร์ได้ นอกจากนั้น S-400 ยังเป็นระบบใหม่ล่าสุด ทันสมัยมากที่สุด และเพิ่งจะนำออกติดตั้งในภาคตะวันออกไกลเมื่อปีที่แล้ว รวมทั้งตามแนวชายแดนติดกับจีนด้วย ซึ่งไม่สามารถจะจำหน่ายให้แก่ประเทศใดได้ ทั้งนี้ เป็นรายงานของสื่อในรัสเซีย
       
       แต่เครื่องบิน Su-35 ไม่ใช่ “อาวุธยุทธศาสตร์” นอกจากนั้น ปัจจุบันก็ยังไม่ใช่เครื่องบินรบรุ่นที่ก้าวหน้ามากที่สุดของค่ายซูคอยซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตอีกด้วย
       
       ขณะที่โลกตะวันตกจัด Su-27/30 ไว้ระดับเดียวกับ F-15 ของสหรัฐฯ Su-35 ก็อยู่ในระดับเดียวกับ F/A-18E/F เท่านั้น คือ เป็นเครื่องบินรบยุค 4++ เท่ากันในด้านเทคโนโลยี
       
       รัสเซียประกาศตั้งแต่ต้นปี 2551 เมื่อเครื่องต้นแบบ 1 ใน 4 ลำ ขึ้นบินเป็นครั้งแรกว่า จะผลิตรุ่นส่งออกสำหรับจำหน่ายให้ลูกค้าต่างประเทศด้วย โดยเวเนซุเอลาเป็นประเทศแรกในลิสต์ ลิเบีย เป็นรายที่ 2 แต่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในทั้งสองประเทศทำให้ไม่ทราบอนาคตความตกลงเกี่ยวกับ Su-35
       
       เวียดนามก็เป็นหนึ่งในบรรดาลูกค้า ซึ่งเมื่อปี 2553 รัสเซียเคยเสนอให้กองทัพอากาศเวียดนามใช้ Su-35 แทน Su-30MK2 ล็อตที่เหลืออยู่ในแผนการจัดซื้อทั้งหมด 44 ลำ ทั้งนี้ เป็นรายงานของสำนักข่าวโนวอสติ
       
       การเจรจาซื้อขาย Su-35 ระหว่างจีนกับรัสเซียนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่มีอะไรเป็นความลับ และยังเคยเป็นข่าวใหญ่ในปี 2554 เมื่อจีนขอซื้อถึง 48 ลำ มูลค่าราว 4,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 88 ล้านดอลลาร์ต่อลำ ซึ่งเป็นราคาใกล้เคียงกับของกองทัพอากาศรัสเซีย
       
       แต่เพียงข้ามปีต่อมา ผู้อำนวยการบริษัทส่งออกอาวุธได้ให้สัมภาษณ์ในมาเลเซียว่า การเจรจาได้ยุติลงแล้วเพราะสองฝ่ายไม่อาจตกลงกันได้ เนื่องจากในที่สุดฝ่ายจีนขอซื้อเพียง 4 ลำ ซึ่งรัสเซียมองว่า “ไม่คุ้มในเชิงเศรษฐกิจ” และยังระแวงจีนนำไปก๊อบปี้เทคโนโลยีอีกด้วย
       
       ตามรายงานของนิตยสารคอมเมอร์ซันต์ก่อนหน้านี้ รัสเซียไม่พอใจ และระมัดระวังจีนมาตลอดในเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งเครื่องบินรบกับเครื่องบินลำเลียงขนส่งหลายรุ่นล้วนก๊อบปี้พื้นฐานไปจากเครื่องบินรัสเซีย หรือของสาธารณรัฐยูเครนทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น J-7, H-6 (เครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์), Y-5, Y-7 และ Y-8 ซึ่งต้นแบบคือ MiG-21, Tu-16, An-2, An-24 กับ An-12 ตามลำดับ
       
       การเจรจาซื้อขาย Su-35 เริ่มขึ้นอีกครั้งในเดือน ธ.ค.2555 เจ้าหน้าที่สองฝ่ายได้กลับสู่โต๊ะ และลงเอยด้วยการเซ็น “กรอบความตกลง” ที่มีใจความสำคัญว่า จีนจะซื้อ Su-35 จากรัสเซีย จำนวน 24 ลำ ในวงเงิน 1,500 ล้านดอลลาร์ พร้อมกับเรือดำน้ำชั้นลาดาและอาวุธยุทธภัณฑ์อื่นๆ อีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้ระบุมูลค่า
       
       “กรอบความตกลง” ดังกล่าวระบุด้วยว่า สองฝ่ายคาดหวังการเซ็นข้อตกลงซื้อขายจะมีขึ้นได้ในปี 2558 และการส่งมอบเครื่องบินจะมีขึ้นได้ “หลังปีนั้น” สื่อรัสเซียรายงานเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นปี 2556
       
       ข่าวการเซ็นซื้อขาย Su-35 กับเรือดำน้ำกระฉ่อนในหน้าหนังสือพิมพ์ และเว็บไซต์ข่าวภาษาจีนอีกครั้งหนึ่ง เมื่อ พล.อ.เซอร์เก ชูกอย รมว.กลาโหมรัสเซีย ไปเยือนปักกิ่งในปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่มีการแถลงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งส่อนัยว่าไม่มีการเซ็นความตกอะไร และสื่อของทั้งสองฝ่ายเงียบกริบ
       
       ต่างกับเมื่อครั้ง พล.อ.ชอยกู ไปเยือนเวียดนามในเดือนนี้ ที่ฝ่ายรัสเซียเปิดเผยในทุกๆ เรื่อง รวมทั้งการตั้งฐานเรือดำน้ำ การฝึกทหารเรือให้เวียดนามหลายร้อยนาย และการสร้างท่าเรืออีก 1 แห่ง ในอ่างวกามแรง เพื่อให้เรือรบรัสเซีย และของชาติอื่นๆ แวะไปใช้ได้อีกด้วย เพราะทั้งหมดนี้เป็นรายละเอียดที่ผ่านการเซ็นสัญญา และตกลงกันเรียบร้อยแล้ว

  อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาข้ามเดือนมานี้ สื่อกลาโหมในย่านเอเชียหลายสำนักได้ออกบทวิเคราะห์มากมายเกี่ยวกับความเป็นไปได้ และเป็นไม่ได้ที่รัสเซียจะยอมขาย Su-35 รุ่นมาตรฐานที่ไม่ใช่เวอร์ชันสำหรับส่งออกให้แก่จีน อันเป็นความปรารถนาแรงกล้าของฝ่ายขอซื้อ
       
       การที่โทรทัศน์กลางจีนระบุว่า มีการเซ็นสัญญาซื้อขายเครื่องยนต์ 117S ด้วย ก็ยิ่งส่อเจตนาให้เห็นว่า สิ่งที่จีนต้องการคือ “เครื่องยนต์” มากกว่า “เครื่องบิน” ซึ่งจีนยังไม่มีเทคโนโลยีที่จะผลิตเองได้ และต้องพึ่งพาเครื่องยนต์ไอพ่นที่ซื้อจากรัสเซียตลอดมา
       
       สำนักข่าวกลาโหม Kanwa.Com วิเคราะห์ไว้ในปลายเดือน ก.พ. ตอกย้ำว่า การขอซื้อ Su-35 รุ่นมาตรฐานจากรัสเซียได้แสดงให้เห็นจุดอ่อนในเรื่องเครื่องยนต์ ซึ่งปัจจุบันเครื่องบินกว่า 100 ลำของกองทัพประชาชนยังพึ่งพาเครื่องยนต์ที่ซื้อจากรัสเซียในช่วง 10 ปีมานี้ แม้แต่ J-20 “สเตลธ์” เครื่องบินรบยุคที่ 5 ก็ยังติดเครื่องยนต์รุ่น AL-31 แบบเดียวกับที่ใช้กับ Su-27/30 โดยนำไปปรับแต่งเพียงเล็กน้อย
       
       ถ้าหากไม่สามารถหาเครื่องยนต์ที่ก้าวหน้ามากกว่าที่มีอยู่มาใช้ได้ J-20 ก็จะเป็นเพียงเครื่องบินรบยุคที่ 5 “แบบจีนๆ” เท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญของสำนักนี้กล่าว
       
       ในปี 2552 ซึ่งจีนเริ่มพัฒนาเครื่องต้นแบบ J-15 เพื่อใช้บนเรือบรรทุกเครื่องบิน จีนได้ขอซื้อ Su-33 จากรัสเซียจำนวน 4 ลำ เพื่อใช้ในขั้นทดลองโดยให้คำมั่นจะซื้อ “ล็อตใหญ่” หลังจากนั้น แต่ฝ่ายรัสเซียไม่ขายให้เนื่องจาก Su-33 เป็นเครื่องบินประจำเรือบรรทุกเครื่องบินของรัสเซีย จึงทำให้ J-15 ของจีนต้องใช้เครื่องยนต์ Su-27/30 ต่อไป
       
       นักวิเคราะห์มองว่า การขอซื้อ Su-33 ของจีนก็เป็นอีกหนึ่งความพยายามเพื่อจะให้ได้เครื่องยนต์ไอพ่นรุ่น AL-31FN ซึ่งมีเทคโนโลยี “ธรัสต์เว็กเตอร์คอนโทรล” (Thrust Vector Controlling) ประสิทธิภาพสูงกว่า อันเป็นขุมพลังของ Su-33
       
       การมีระบบ TVC ทันสมัยของเครื่องยนต์ไอพ่น เป็นสิ่งสำคัญมากในการควบคุมการเคลื่อนไหวของเครื่องบิน สำคัญพอๆ กับความแรง และความเร็ว เพราะมีประโยชน์มากทั้งในยามขึ้นลง บินไต่ระดับ หรือลดระดับ การเปลี่ยนทิศทางกะหันหัน บินตีลังกา หมุนตัว หรือควงสว่านกลางอากาศขณะพยายามหลบอาวุธโจมตีของฝ่ายข้าศึก และจะมีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่ออยู่ในสถานการณ์พันตูใกล้ชิดกลางอากาศ หรือ “ด็อกไฟต์”
       
       เมื่อพิจารณาจากจำนวน Su-35 ที่ขอซื้อล่าสุด เทียบกับราคา 1,500 ล้านดอลลาร์ แต่ละลำจะมีมูลค่า 62.5 ล้านดอลลาร์ อันเป็นราคาที่ต่ำกว่าเมื่อครั้งเจรจาขอซื้อ 48 ลำ ซึ่งยังไม่มีคำอธิบายในเรื่องนี้
       
       แต่อย่างน้อยที่สุด ราคา 62.5 ล้านดอลลาร์ต่อลำก็ยังแสดงให้เห็นว่าจีนยังทุ่มสุดตัวเพื่อให้ได้เครื่องยนต์ 117S ซึ่งในที่สุดรัสเซียอาจจะไม่ยอมขายให้ และถ้าหากไม่ได้ตามนี้ ในปี 2558 จีนก็อาจจะไม่เซ็นสัญญาซื้อ
       
       ผู้เชี่ยวชาญของ Kanwa.Com ที่คร่ำหวอดกับอาวุธยุทธภัณฑ์ของสหภาพโซเวียตมาตั้งแต่ยุคสงครามเย็นกล่าวว่า โอกาสที่เป็นไปได้ก็มีอยู่เช่นกัน ..
       
       รัสเซียจะยอมขาย Su-35 แบบเดียวกับที่ตัวเองใช้ให้แก่จีน ก็ต่อเมื่อฝ่ายรัสเซียพัฒนาเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่ประสิทธิภาพเหนือชั้นกว่า 117S และนำไปใช้กับ T-50 “สเตลธ์” ยุคที่ 5 เป็นผลสำเร็จแล้วเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญกล่าว.


 

ข่าวรัสเซีย  19 ภูเก็ตเดินหน้าแก้ปัญหาต่างชาติแย่งงาน-อ.ถลาง จัดการรัสเซียกลุ่มแรก

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

26 มีนาคม 2556 16:41 น.

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ภูเก็ตเดินหน้าแก้ไขปัญหาต่างชาติแย่งงานคนไทย จัดประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหากรณีแรงงานต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ในเขตพื้นที่อำเภอถลาง ประเดิมดำเนินการกลุ่มรัสเซีย

       เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (26 มี.ค.) ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดภูเก็ต (POC) นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาแรงงานต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ในเขตพื้นที่อำเภอถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งสืบเนื่องมาจากกรณีที่มีผู้ประกอบการในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จนมีการชุมนุมเรียกร้องสิทธิในการประกอบอาชีพขึ้น
       
       โดยมี นายสุพจน์ ชนะกิจ นายอำเภอถลาง นางเยาวภา พิบูลย์ผล จัดหางานจังหวัดภูเก็ต นายนิมิต ฆังคะจิตร พัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดภูเก็ต ร.ต.อ.อังคาร ยะสะนพ รองสว.ตม.ภูเก็ต นายภูริพัฒน์ธีระกุลพิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต นายประพันธ์ ขันธ์พระแสง หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
       
       สำหรับการประชุมของคณะทำงานดังกล่าว เพื่อตรวจสอบ รวบรวมข้อเท็จจริง ปัญหาอุปสรรค และแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ภายใต้ระเบียบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรการควบคุมดูแลผู้ประกอบการให้อยู่ภายใต้ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ และกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยข้อมูลคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในอำเภอถลาง ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2556 มีจำนวน 1,005 คน โดยมีสัญชาติต่างๆ ที่ได้รับรับอนุญาตมากกว่า 17 สัญชาติ เช่น อังกฤษ 109 คน รัสเซีย 99 คน ฝรั่งเศส 80 คน อิตาลี 69 คน ประเภทกิจการส่วนใหญ่ที่ชาวต่างชาติทำมีทั้งร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม โรงแรม ตัวแทนธุรกิจท่องเที่ยว และจัดนำเที่ยว
       
       นายจำเริญ กล่าวในการประชุมว่า ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาชาวต่างชาติเข้ามาทำงานไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และแย่งงานคนไทยนั้น เบื้องต้นให้ดำเนินการต่อกลุ่มรัสเซียเป็นกลุ่มแรก โดยขอให้แต่ละหน่วยงานสรุปข้อมูลที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ที่รับผิดชอบ ส่งให้แก่ทางจัดหางานจังหวัด และให้แจ้งให้นายอำเภอได้รับทราบ เพื่อประสานการปฏิบัติร่วมกันกับท้องถิ่น และท้องที่ โดยให้มีการประชุมเพื่อติดตามผลเดือนละ 1 ครั้ง หลังจากนั้น ก็ให้มีการจัดทำประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานให้เป็นที่รับทราบผ่านสื่อต่างๆ ด้วย

 


ข่าวรัสเซีย 20 อังค์ถัดชี้กลุ่ม'บริกส์'ลงทุนร่วมกันน้อยเกินไป

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

วันที่ 26 มีนาคม 2556 12:05

อังค์ถัด ระบุการลงทุนระหว่างเศรษฐกิจของกลุ่มสมาชิกบริกส์ยังน้อยเกินไป ขณะผู้นำบริกส์เล็งตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาช่วยเหลือกลุ่มปท.กำลังพัฒนา

ที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) ออกรายงานที่ระบุว่า การลงทุนระหว่างกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว (บริกส์) ยังอยู่ในระดับต่ำถึงแม้ว่าจะมีการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งในการลงทุนทั่วโลกของกลุ่มบริกส์ และความสัมพันธ์เชิงพาณิชย์ของกลุ่มประเทศดังกล่าว

รายงานดังกล่าวได้ถูกตีพิมพ์ออกมาก่อนหน้าที่ผู้นำชาติสมาชิกบริกส์ 5 ชาติ ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และ แอฟริกาใต้ จะเปิดประชุมสุดยอดในวันนี้ โดยผู้นำของทั้ง 5 ชาติหวังว่าจะสามารถถ่วงดุลอำนาจตะวันตกในเศรษฐกิจโลกด้วยการเพิ่มกลไกในการและเปลี่ยนเงินตราให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและก่อนตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาของกลุ่มบริกส์เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่

การประชุมสุดยอดครั้งนี้ แอฟริกาใต้จะเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมครั้งแรก และคาดหวังจะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในทวีปแอฟริกาและกลุ่มบริกส์ ด้วยการกระตุ้นให้มีการลงทุนและการค้าเพิ่มขึ้นระหว่างเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่างอินเดียและเศรษฐกิจที่มีพลวัตของทวีปแอฟริกาเพื่อป้องกันพิษเศรษฐกิจที่กำลังกัดกร่อนคู่ค้าในอดีตอย่างสหรัฐ และยุโรป

ประธานาธิบดี เจค็อบซูมา แห่งแอฟริกาใต้ กล่าวว่าความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของกลุ่มบริกส์เป็นปัจจัยที่สำคัญในเศรษฐกิจโลก และแอฟริกาใต้ให้ความสำคัญอย่างสูงในการเป็นสมาชิกภาพของกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม นายเจมส์ จ้าน ผู้อำนวยการการแผนกลงทุนและกิจการของอังค์ถัด กล่าวว่าในปัจจุบัน กลุ่มบริกส์ยังดำเนินการค้าขายกับกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วและกับประเทศเพื่อนบ้านของตัวเองมากกว่าดำเนินการค้าขายและลงทุนในสมาชิกในกลุ่ม


ข่าวรัสเซีย 21 ตำรวจผู้ดีเผย “เบเรซอฟสกี” เศรษฐีดังรัสเซียสิ้นชีพเพราะแขวนคอ แต่ไม่ฟันธง “ฆ่าตัวตาย” หรือ “ถูกฆ่า”

 

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

26 มีนาคม 2556 

บอริสเบเรซอฟสกี

       รอยเตอร์/เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์ - ตำรวจอังกฤษแถลงยืนยันในวันจันทร์ (25) ว่า บอริสเบเรซอฟสกี มหาเศรษฐีชื่อดังชาวรัสเซียที่ถูกพบเป็นศพอยู่ภายในห้องน้ำ ณ แมนชั่นสุดหรูใกล้กรุงลอนดอนเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น เสียชีวิตจากการแขวนคอ แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเบเรซอฟสกีแขวนคอตัวเอง หรือถูกฆาตกรรม
       
       คำแถลงของตำรวจเมืองผู้ดีระบุว่า ผลการชันสูตรร่างไร้วิญญาณของเบเรซอฟสกีไม่พบร่องรอยหรือบาดแผลจากการต่อสู้ แต่สามารถสรุปในเบื้องต้นได้ว่า การแขวนคอเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของเศรษฐีดังชาวรัสเซียผู้นี้ อย่างไรก็ดี ทางตำรวจยังจำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมทางพิษวิทยาเพื่อหาร่องรอยของสารพิษต่างๆ ต่อไป
       
       คำแถลงล่าสุดของตำรวจอังกฤษมีขึ้นหลังจากเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นและเก็บหลักฐานจากบ้านพักในเขตเบิร์กไชร์ ทางตะวันตกของกรุงลอนดอนของเบเรซอฟสกีวัย 67 ปีซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำแดนหมีขาว หลังเบเรซอฟสกีถูกพบเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาในอ่างอาบน้ำโดยแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจของอังกฤษเผย ได้รับคำสั่งให้ตรวจสอบบ้านพักของเบเรซอฟสกีอย่างละเอียด เพื่อหาร่องรอยที่อาจเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเขา โดยมีการส่งผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านอาวุธเคมีชีวภาพและด้านสารพิษเข้าไปยังบ้านหลังที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบความเป็นไปได้อื่นๆ ที่อาจบ่งชี้ว่าเบเรซอฟสกีอาจไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่อาจถูก “วางยาพิษ” หรือถูกสังหารด้วยวิธีการอื่นๆ
       
       ขณะที่อเล็กซานเดอร์ โดโบรวินสกี ทนายความประจำตัวเชื่อว่า เบเรซอฟสกีซึ่งเคยมีทรัพย์สินในครอบครองกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 87,900 ล้านบาท) ตามข้อมูลของนิตยสาร “ฟอร์บส์” อาจตัดสินใจฆ่าตัวตายเพราะความเครียด
       
       การเสียชีวิตของเบเรซอฟสกี มีขึ้นเพียงไม่กี่เดือน หลังจากที่เขาถูกศาลสูงของอังกฤษตัดสินให้เป็นฝ่ายแพ้คดีแก่โรมัน อบราโมวิช มหาเศรษฐีเพื่อนร่วมชาติและเป็นเจ้าของทีมฟุตบอลเชลซีในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ หลังจากเบเรซอฟสกียื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากอบราโมวิชเป็นเงินสูงกว่า 3,000 ล้านปอนด์ หรือ 133,870 ล้านบาท โดยกล่าวหาเจ้าของทีมเชลซีว่ากระทำการแบล็กเมล์ และมีพฤติกรรมฉ้อฉลในการทำธุรกรรม ณ บริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งของรัสเซีย ทั้งนี้ เบเรซอฟสกีตกลงยอมจ่ายค่าฤชาธรรมเนียมแก่อบราโมมิชเป็นจำนวน 35 ล้านปอนด์(ราว 1,561 ล้านบาท) แต่มีข่าวลือว่าจำนวนเงินจริงๆ ที่เขาต้องยอมจ่ายเป็นค่ายอมความให้เจ้าของทีมเชลซีนั้น สูงกว่าจำนวนดังกล่าวนี้มาก
       
       นอกจากคำตัดสินของศาลสูงอังกฤษที่ให้เบเรซอฟสกีต้องจ่ายเงินค่าเสียหายแก่อบราโมวิชดังกล่าว ชะตากรรมด้านการเงินของเบเรซอฟสกียังถูกซ้ำเติมจากข้อพิพาททางกฎหมายกับเอเลนา กอร์บูโนวา อดีตภรรยาน้อย เกี่ยวกับการแบ่งเงินชดเชยให้กับเธอจำนวน 5 ล้านปอนด์ (ราว 223 ล้านบาท) ที่ได้จากการขายบ้านพักหลังหนึ่งในเขตเซอร์รีย์ของอังกฤษ ท่ามกลางรายงานข่าวซึ่งไม่มีการยืนยันว่า เบเรซอฟสกีใช้ชีวิตในช่วงสุดท้ายก่อนเสียชีวิตด้วยการใช้เงินที่ได้จากการทยอยขายทรัพย์สินต่างๆ ทั้งบ้าน รถยนต์ และงานศิลปะ
       
       แหล่งข่าวที่อ้างว่าเป็นคนใกล้ชิดและเพื่อนสนิทระบุว่า เบเรซอฟสกีประสบภาวะเครียดจัดตั้งแต่ปีที่แล้วจากปัญหาด้านการเงินและข้อพิพาททางกฎหมายที่รุมเร้า รวมถึงความกังวลจากภาระในการดูแลลูกๆ จำนวน 6 คนของเขา ซึ่งในจำนวนนี้มี 2 คนที่เพิ่งมีอายุได้ 12 ปี และ 10 ปี
       
       ด้านสำนักข่าวอาร์ไอเอ โนวอสติของทางการรัสเซียรายงานเมื่อวันเสาร์ (23) โดยอ้างแหล่งข่าวที่เป็นคนใกล้ชิดของเบเรซอฟสกีว่า อดีตมหาเศรษฐีชื่อดังรายนี้เสียชีวิตจากอาการหัวใจล้มเหลว และเพิ่งเดินทางไปรับการรักษาตัวที่อิสราเอลก่อนหน้านี้ไม่นาน
       
       ทั้งนี้ เบเรซอฟสกีได้หลบหนีออกจากรัสเซียมาลี้ภัยในอังกฤษ ตั้งแต่ช่วงปี 2000 หลังถูกทางการรัสเซียดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงินที่เกี่ยวพันกับสายการบิน “แอโรฟลอต” และข้อหายักยอกเงินกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากองค์กรรัฐวิสาหกิจ 2 แห่งของประเทศ รวมถึงข้อหาพยายามแทรกแซงกระบวนการทางการเมืองของรัสเซีย ขณะเดียวกันเบเรซอฟสกียังถูกทางการรัสเซียขึ้นบัญชีดำเป็นอาชญากรที่ต้องการตัวมาตั้งแต่ปี 2001
       
       ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2007 เบเรซอฟสกีได้รับแจ้งจากตำรวจอังกฤษให้เดินทางออกนอกประเทศเพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัย หลังหน่วยข่าวกรองเมืองผู้ดีพบหลักฐานว่า เบเรซอฟกำลังจะตกเป็นเป้าหมายของการลอบสังหารจากพวกสายลับรัสเซีย

บอริสเบเรซอฟสกีเคยเป็น "มือขวา" ของอดีตประธานาธิบดีบอริสเยลต์ซิน แห่งรัสเซีย แต่กลับกลายเป็นอาชญากรที่ถูกตามล่าในยุควลาดิมีร์ ปูติน

       

เบเรซอฟสกี กับโรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีมเชลซี เมื่อครั้งยังเป็นเพื่อนสนิท ก่อนทั้งคู่จะขัดแย้งกันทางธุรกิจ

       

 

 

 

 


หิมะตกหนัก  (อันนี้น่าจะไม่มีอะไร อ่านเผื่อไว้ผ่านๆพอ เป็นข่าวรัสเซียทั่วไปนะจ๊ะ น้องรัก)

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

26 มีนาคม 2556

  พายุหิมะพัดถล่มกรุงมอสโก เมืองหลวงรัสเซีย ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 เจ้าหน้าที่ต้องเร่งกำจัดหิมะออกจากถนน เพื่อไม่ให้กีดขวางทางจราจร อย่างไรก็ตาม สนามบินกรุงมอสโกยังคงให้บริการตามปกติ ขณะที่หลายพื้นที่เกิดไฟฟ้าดับ และน้ำประปาไม่ไหล
        ด้านนายกรัฐมนตรีดมิทรี เมดเวเดฟ ของรัสเซีย กล่าวว่า ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศมีสภาพอากาศหนาวเย็นผิดปกติ โดยเฉพาะในเขตลอสตอฟ และนอกจากหิมะตกหนักแล้ว ยังมีรายงานเกิดอุทกภัยในพื้นที่ 23 แห่งด้วย


ข่าวรัสเซีย 22 เปิดตัว"เผิง ลี่หยวน" ฐานะภริยาผู้นำจีนครั้งแรกในการเยือนรัสเซีย

มติชน วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2556 

 

25 มี.ค.56 นางเผิง ลี่หยวน นักร้องชื่อดังของจีน และเป็นภริยาของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนคนใหม่ได้รับการจับตามองจากสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก โดยในการเดินทางเยือนรัสเซียในฐานะสตรีหมายเลขหนึ่ง เธอแต่งตัวในชุดสีดำสวยสง่า พร้อมกับควงแขนนายสี ลงมาจากเครื่องบิน ในช่วงที่เดินทางมาถึงกรุงมอสโก ของรัสเซีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (22 มี.ค.56)

 

นางเผิง ได้รับการต้อนรับด้วยช่อดอกไม้ จากนาย วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย และได้รับพาเข้าเยี่ยมชมพระราชวังในกรุงมอสโก โดยนางลุดมิลา ปูติน ภริยาของนายปูติน  

 

ในวันถัดมา นายเผิงยังได้เข้าร่วมพิธีงานกล่าวสุนทรพจน์ของนายสี ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในกรุงมอสโก และเข้าเยี่ยมศูนย์เลี้ยงเด็ก ขณะที่ นางเผิง ทำกิจกรรมในรัสเซียนั้น มีสื่อมวลชนจีนตามไปทำข่าวเธอเป็นอย่างมาก

 

นอกจากนี้ นางเผิง ยังได้เข้าเยี่ยม คณะทหารของรัสเซีย และกล่าวว่า ดนตรีไร้พรมแดน พร้อมเรียกร้องให้สองประเทศมีการแลกเปลี่ยนโครงการด้านวัฒนธรรมระหว่างกันอีกด้วย

 

ทั้งนี้ นางเผิง ได้กลายเป็นที่สนใจแก่สื่อมวลชนเป็นอย่างมากเนื่องจากเธอมีภาพลักษณ์ที่แตกต่างจากภริยาผู้นำจีนคนก่อน โดยรัฐบาลจีนหวังว่า บทบาทของเธอจะช่วยให้ภาพลักษณ์ของจีนดูอ่อนลง


ข่าวรัสเซีย 23รัสเซียห้ามนำเข้าข้าว “เมด อิน อินเดีย” หลังพบ “ด้วงอิฐ” ปนเปื้อน พร้อมขู่ซื้อข้าวจากเวียดนาม-พม่า หาก รบ.โรตีไม่แก้ไข

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

25 มีนาคม 2556 

       เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์ - สำนักงานตรวจสอบสุขอนามัยทางอาหารแห่งชาติของรัสเซีย หรือ “รอสเซลโคซนาดซอร์” ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการเกษตรแดนหมีขาวประกาศแบนห้ามการนำเข้าข้าว ถั่วลิสง และงาจากอินเดีย เป็นการชั่วคราว หลังมีการตรวจพบแมลงจำพวกด้วงอิฐจำนวนมากปะปนอยู่ในสินค้าทั้ง 3 รายการ
       
       รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ของรอสเซลโคซนาดซอร์ตรวจพบด้วงอิฐจำนวนมากอยู่ในข้าว ถั่วลิสง และงา จำนวนหลายพันตันที่นำเข้ามาจากอินเดีย เป็นเหตุให้ต้องมีการออกคำสั่งห้ามการนำเข้าสินค้าเกษตรทั้ง 3 รายการจากแดนโรตีแบบไม่มีกำหนด จนกว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทางการอินเดียจะมีมาตรการที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ว่าจะไม่พบการปนเปื้อนของแมลงชนิดดังกล่าวในสินค้าเกษตร “เมด อิน อินเดีย” อีก
       
       นิโคไล วาซิลเยวิช ไฟโอโดรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของรัสเซีย วัย 54 ปี ออกโรงเตือนว่า รัสเซียพร้อมจะหันไปซื้อข้าวจากตลาดอื่นที่มีราคาและคุณภาพใกล้เคียงกัน เช่น เวียดนาม พม่า และปากีสถาน แทนการนำเข้าข้าวจากอินเดีย หากทางการอินเดียยังไม่อาจสร้างระบบการตรวจสอบคุณภาพข้าวที่มีความน่าเชื่อถือได้
       
       หากรัสเซียตัดสินใจซื้อข้าวจากประเทศผู้ผลิตรายอื่นจริง จะถือเป็นข่าวร้ายสำหรับวงการข้าวและชาวนาของอินเดีย เนื่องจากในปี 2012 ที่ผ่านมา รัสเซียนำเข้าข้าวจากอินเดียสูงกว่า 55,000 ตัน หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 29 ของข้าวทั้งหมดที่รัสเซียนำเข้าจากต่างประเทศ
       
       อย่างไรก็ดี ความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลมอสโก สร้างความไม่พอใจอย่างหนักแก่รัฐบาลนิวเดลีที่มองว่ารัสเซียกำลังใช้ข้ออ้างเรื่อง “ด้วงอิฐ” ที่ปนเปื้อนมาในสินค้าเกษตรมาเป็นเหตุผลในการกีดกันทางการค้าต่ออินเดีย พร้อมกล่าวหาว่าสาเหตุที่แท้จริงของการสั่งแบนห้ามนำเข้าข้าว ถั่วลิสง และงาจากอินเดียนั้น แท้จริงแล้วอาจเป็นเพราะรัสเซียต้องการปกป้องเกษตรกรภายในประเทศของตนมากกว่า

       

       

 


ข่าวรัสเซีย 24 T-BAN จี้ รบ.ถอนแร่ใยหินจากการเจรจาไทย-รัสเซีย

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

25 มีนาคม 2556 

   เครือข่ายรณรงค์ยกเลิกแร่ใยหินฯ รวมพลัง ร้องรัฐบาล ถอนแร่ใยหินไครโซไทล์ จากการเจรจาการค้าไทย-รัสเซีย ขู่จะเรียกร้องเป็นครั้งสุดท้ายก่อนยื่นเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม 26 มี.ค.นี้ T-BAN เตรียมบุกสถานทูตรัสเซีย ยื่นหนังสือถอดแร่ใยหินออกจากการเจรจาการค้าไทย-รัสเซีย วอนเห็นคุณค่าของชีวิตคนมากกว่าผลกำไรทางการค้า
       
       วันนี้ (25 มี.ค.) ที่สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เครือข่ายรณรงค์ยกเลิกแร่ใยหินแห่งประเทศไทย (TBAN) และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จัดแถลงข่าว หยุดการเอาชีวิตคนไทยไปแลกกับการทำการค้ากับรัสเซีย “ไม่ให้มีประเด็นแร่ใยหินไครโซไทล์ในการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับรัสเซีย” โดย ศ.ดร.นพ.พรชัย สิทธิศรัณย์กุล ตัวแทนจากเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมไทยไร้แร่ใยหิน กล่าวว่า จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 12 เม.ย. 54 ให้ยุติการนำเข้า ผลิต และจำหน่ายแร่ใยหินและผลิตภัณฑ์ที่มีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบทุกชนิด เนื่องจากมีข้อมูลทางวิชาการว่า แร่ใยหิน เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งปอดและโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอด รองจากบุหรี่ แต่ปัจจุบันยังไม่มีการออกกฎหมายใดๆเพื่อให้เป็นไปตามมติ ครม.โดยพบว่า ในวันที่ 27-29 มี.ค.56 ทางผู้แทนคณะรัฐมนตรี และกระทรวงการต่างประเทศ จะไปเจราการค้าระหว่างไทยกับประเทศรัสเซีย ซึ่งพบว่า แร่ใยหิน เป็นหนึ่งในหัวข้อการเจรจา จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลทำตามมติ ครม.12 เม.ย. 54
       
       “ขอเรียกร้องนายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ 1.ต้องไม่ให้มีการกำหนดประเด็นเรื่องแร่ใยหินไครโซไทล์ในหัวข้อการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับรัสเซีย และ 2.เร่งรัดให้ปฏิบัติตามมติ ครม.โดยให้กระทรวงอุตสาหกรรมส่งแผนการยกเลิกแร่ใยหิน เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน และให้กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรการในการป้องกันผู้ได้รับผลกระทบจากแร่ใยหินไครโซไทล์โดยด่วน” ศ.ดร.นพ.พรชัย กล่าว
       
       รศ.ดร.ภก.วิทยา กุลสมบูรณ์ ตัวแทนจากเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมไทยไร้แร่ใยหิน กล่าวว่า ในประเทศไทยยังไม่มีกระบวนกำจัดกับแร่ใยหินอย่างเข้มงวดและชัดเจน หากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน จะพบว่า หลายประเทศมีการประกาศยกเลิกการใช้และต่อต้านการนำเข้าแร่ใยหิน รวมไปถึงมีมาตรการให้สร้างโรงงานเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีสารทดแทนแร่ใยหินอีกด้วย เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าปัญหาเรื่องแร่ใยหินสามารถแก้ไขได้ ในขณะที่ประเทศไทย ยังนำประเด็นแร่ใยหินไปเจรจาการค้ากับต่างประเทศ ซึ่งถือว่าขัดกับมติ ครม.
       
       นางสมบุญ สีคำดอกแค ตัวแทนจากสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (26 มี.ค.) เวลา 10.00 น.เครือข่ายรณรงค์ยกเลิกแร่ใยหินแห่งประเทศไทย (T-BAN) จะไปยื่นหนังสือเรียกร้องต่อเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย เพื่อเรียกร้องต่อรัฐบาลรัสเซียไม่ให้กำหนดประเด็นแร่ใยหินไครโซไทล์ในหัวข้อการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับรัสเซีย เพราะขอแม้ว่าโรคที่เกิดจากแร่ใยหินจะไม่แสดงอาการทันที แต่พบได้มากในกลุ่มคนทำงานใกล้ชิดกับแร่ใยหิน โดยเฉพาะกลุ่มคนงานก่อสร้าง ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการตรวจทางคลินิกโรคจากการทำงาน ซึ่งในประเทศไทยยังไม่ได้ให้ความสำคัญ ทำให้มีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่ได้รับการวินิจฉัย และไม่ได้รับการชดเชย ทั้งที่เป็นโรคซึ่งเกิดจากการทำงาน รัฐบาลจึงจำเป็นต้องจริงจังในการดำเนินการตามมติ ครม.
       
       น.ส.แววดาว เขียวเกษม ตัวแทนจากมูลนิธิผู้บริโภค กล่าวว่า การขอยื่นข้อเสนอเพื่อเรียกร้องการยกเลิกการใช้แร่ใยหินในครั้งนี้ ถือเป็นมาตราการสุดท้าย ก่อนที่จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป เพื่อให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมติ ครม.ซึ่งอยากขอให้รัฐบาลมองเห็นชีวิตคุณค่าของคนในประเทศมากกว่าผลกำไรจากการค้ากับต่างประเทศ

 


ข่าวรัสเซีย 25หมีขาวคืนถิ่น.. รัสเซียส่งกองเรือแปซิฟิกเยือนฐานทัพเก่าเวียดนาม

 

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

23 มีนาคม 2556 

เรือแอดมิรัลแพนเตเลเยฟ (RFS Admiral Panteleyev BPK 548) เรือพิฆาตชั้นอูดาลอย (Udaloy-class) สังกัดกองเรือแปซิฟิกรัสเซียแล่นคู่กับเรือเอ็สเส็กซ์ (USS Essex LHD 2) ระหว่างการฝึกซ้อม "ริมแพ็ค2013" (RIMPAC 2013) ในภาพวันที่ 27 ก.ค.2555 มีเครื่องบินของพันธมิตร 22 ประเทศกว่า 200 ลำ เรือรบกว่า 40 ลำ และกำลังพลอีกกว่า 22,000 คนเข้าร่วม กองทัพไทยส่งคณะไปร่วมด้วย ขณะที่เวียดนามส่งเจ้าหน้าที่ร่วมสังเกตการณ์ เรือแพนเตเลเยฟกำลังแล่นผ่านมหาสมุทรอินเดียในสัปดาห์นี้ เพื่อไปเยือนครั้งประวัติศาสตร์ ฐานทัพเก่าอ่าวกามแรง (Cam Ranh) ในเวียดนาม. -- US Navy Photo/Chief Mass Communication Specialist Keith W DeVinney.

       .
       
ASTVผู้จัดการออนไลน์ - กองเรือรบของรัสเซียแล่นเข้าสู่มหาสมุทรอินเดียในสัปดาห์นี้ มุ่งหน้าสู่เวียดนามเพื่อไปเยี่ยมเยือนฐานทัพเก่าที่อ่าวกามแรง (Cam Ranh, คัมราน) สื่อในรัสเซียรายงานเรื่อง ขณะที่ยังไม่มีข่าวสารใดๆ จากฝ่ายเวียดนาม และหากทุกอย่างเป็นไปตามนี้ ก็จะเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปีที่เรือรบของรัสเซียได้กลับไปเยือนฐานทัพเก่ายุคสหภาพโซเวียต ซึ่งตั้งอยู่ในจุดสำคัญทางยุทธศาสตร์ในทะเลจีนใต้ 
       
       “กองเรือแปซิฟิกที่นำโดยเรือพิฆาตแอดมิรัลแพนเตเลเยฟซึ่งเป็นเรือปราบเรือดำน้ำขนาดใหญ่ ที่กำลังทำการฝึกในทะเล จะแวะเยือนอ่าวกามแรงของเวียดนาม” สำนักข่าวอิตาทาส ของทางการรัสเซียรายงาน อ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าว แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดอื่นใดอีกเกี่ยวกับจำนวนเรือรบที่ร่วมขบวน
       
       เรือแพนเตเลเยฟไม่ได้แปลกหน้าสำหรับเวียดนาม เพราะว่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เคยแวะเยือนประเทศนี้อย่างน้อย 2 ครั้ง รวมทั้งเมื่อต้นปีที่แล้ว ซึ่งได้แวะจอดท่าเรือนครโฮจิมินห์ ขณะมุ่งหน้าไปปฏิบัติภารกิจต่อต้านโจรสลัดที่ชายฝั่งประเทศโซมาเลีย แต่กำลังจะเป็นครั้งแรกที่ไปแวะเยือนฐานทัพเก่าอ่าวกามแรง
       
       ตามรายงานของหนังสือพิมพ์กวนโด่ยเยินซเวิน (QuanDoiNhan Dan) หรือ “กองทัพประชาชน” เวียดนามได้เปิดท่าเรือเพียง 2 แห่งสำหรับรองรับการแวะเยือนสันถวไมตรีของเรือรบจากประเทศเพื่อนมิตรคือ ท่าเตียนซา (Tien Sa) นครด่าหนัง กับท่าไซ่ง่อนในโฮจิมินห์
       
       ถ้าหากเป็นไปตามที่สื่อรัสเซียรายงาน ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกเช่นกันที่เวียดนามเปิดอ่าวกามแรงรับเรือรบของต่างชาติ
       
       หลายปีมานี้ เวียดนามได้เปิดส่วนที่เป็นท่าเรือพาณิชย์ในกามแรงให้เรือสนับสนุนของกองทัพเรือที่ 7 สหรัฐฯ จำนวนหนึ่ง แวะเข้าไปใช้บริการซ่อมบำรุงได้ แต่ยังไม่เคยมีเรือรบของสหรัฐฯ ไปแวะที่นั่น และราวกับว่าจะให้เป็นสัญลักษณ์สำหรับการกลับคืนสู่ทะเลจีนใต้ของ “ฝ่ายที่สาม” เรือรบลำแรกที่จะเข้าไปยังฐานทัพเรือแห่งนี้ เป็นเรือแอดมิรัลแพนเตเลเยฟ
       
       กามแรงได้ชื่อเป็นอ่าว และท่าเรือน้ำลึกที่ดีที่สุดในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นทั้งฐานทัพเรือ และฐานทัพอากาศที่สหรัฐฯ ฟื้นฟูบูรณะขึ้นมาใช้งานในช่วงสงครามเวียดนาม
       
       เมื่อสหรัฐฯ ต้องถอนตัวออกไปในปี 2518 ฐานทัพแห่งนี้ได้ถูกเวียดนามเหนือเข้ายึดครอง หลังจากนั้น ได้ให้สหภาพโซเวียตเข้าใช้เป็นฐานทัพในรูปแบบการเช่าระยะยาว 25 ปี แต่จักรวรรดิใหญ่คอมมิวนิสต์ล่มสลายลงในปี 2532 ก่อนสัญญาเช่าจะสิ้นสุดอายุในปี 2545

 


ข่าวรัสเซีย 26′ปธน.จีน′ เยือน ′รัสเซีย′ ที่แรก หลังรับตำแหน่ง สื่อมอง กันท่า สหรัฐฯ

มติชน วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556 

 

วันนี้ (22 มี.ค.56) นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน จะไปเยือนรัสเซียเพื่อประชุมกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เรื่องพลังงานและข้อเสนอการลงทุน โดยนายสีให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางว่า จีนและรัสเซียเป็นหุ้นส่วนสำคัญทางยุทธศาสตร์และพูดจาภาษาเดียวกัน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการไปเยือนรัสเซียเป็นที่แรกหลังเข้ารับตำแหน่ง เป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่บ่งชี้ว่า จีนต้องการคานอำนาจสหรัฐฯ ในการสร้างพันธมิตรในเอเชีย  นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่าจีนให้ความสำคัญกับรัสเซีย เพื่อยืนยันถึงความสัมพันธ์ที่ดีของสองประเทศ ที่มีการค้าระหว่างกันเป็นเงิน 8.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 2.6 ล้านล้านบาท ในปีที่ผ่านมา


หลังจากเยือนรัสเซีย นายสีจะเดินทางต่อไปยังประเทศแทนซาเนีย แอฟริกาใต้ และคองโก จนถึงวันที่ 30 มีนาคมนี้ โดยในการเยือนแอฟริกาใต้ นายสีจะเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ครั้งที่ 5 ซึ่งประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีนและแอฟริกาใต้  นอกจากนี้นายสียังกล่าวว่า ประเทศจีนถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของแอฟริกา แซงหน้าสหรัฐฯ และกลุ่มพันธมิตรยุโรป


ข่าวรัสเซีย 27 รัสเซียส่งกู้ภัยเคลียร์ความเสียหายจาก “อุกกาบาต” ร่วง

 

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

17 กุมภาพันธ์ 2556

ชายชาวมอสโกกำลังดูภาพถ่ายควันสีขาวที่พาดเป็นทางยาวเหนือท้องฟ้าเมืองเชลยาบินสก์ แถบเทอกเขาอูราล เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์

       รอยเตอร์/ASTVผู้จัดการออนไลน์ - รัสเซียส่งหน่วยบรรเทาเหตุฉุกเฉินกว่าพันคนเข้าเก็บกวาดอาคารบ้านเรือนที่เสียหายจากเหตุอุกกาบาตระเบิดเหนือเทือกเขาอูราล เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (15) ขณะที่ผู้ว่าการเขตเชลยาบินสก์ประเมินมูลค่าความเสียหายไว้ราว 1,000 ล้านรูเบิล หรือเกือบ 1,000 ล้านบาท
       
       นักประดาน้ำดำลงไปสำรวจใต้ทะเลสาบใกล้กับเมืองเชลยาบินสก์ ซึ่งพบรูโหว่บนแผ่นน้ำแข็งกว้างหลายเมตร ทว่าจนบัดนี้ก็ยังไม่พบเศษอุกกาบาตขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุ
       
       ร่องรอยของอุกกาบาตที่แทบจะหาไม่พบทำให้บางคนเริ่มสร้าง “ทฤษฎีสมคบคิด” เกี่ยวกับลูกไฟขนาดใหญ่ที่ตกลงมาพร้อมคลื่นกระแทกรุนแรงมหาศาล สู่เมืองอันเป็นที่ตั้งโรงงานผลิตอาวุธของรัสเซีย
       
       วลาดิเมียร์ ซิรินอฟสกี วุฒิสมาชิกหัวชาตินิยมจัดซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคเนชันแนล เดโมเครติก ปาร์ตี้ ให้สมภาษณ์สื่อในกรุงมอสโกว่า ลูกไฟที่ตกลงในเมืองเชลยาบินสก์เป็นฝีมือ “พวกกระหายสงคราม” ในสหรัฐฯ
       
       “มันไม่ใช่อุกกาบาต แต่เป็นอาวุธใหม่ที่พวกอเมริกานำมาทดสอบ” เขาบอก
       
       นักบวชรูปหนึ่งที่พำนักอยู่ใกล้จุดระเบิดบอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็น “การกระทำของพระเจ้า” ขณะที่สื่อสังคมออนไลน์ก็เต็มไปด้วยข้อสันนิษฐานต่างๆ เกี่ยวกับสาเหตุของเสียงระเบิดที่ดังสนั่นหวั่นไหว
       
       อ็อกซานา ทรูฟาโนวา นักสิทธิมนุษยชนชาวรัสเซีย ให้ความเห็นว่า “จริงๆ แล้วผมว่ามันน่าจะเป็นอุปกรณ์ด้านการทหารมากกว่า” แต่เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังสำนักงานท้องถิ่นของกระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินรัสเซีย ก็ได้รับคำตอบว่า “เหลวไหลทั้งเพ”
       
       ประชาชนในเมืองเชลยาบินสก์ ซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมห่างจากกรุงมอสโกไปทางตะวันออกราว 1,500 กิโลเมตร มองเห็นแสงสว่างวาบบนท้องฟ้า ได้ยินเสียงระเบิด และรู้สึกถึงคลื่นกระแทกรุนแรงที่ทำให้กระจกอาคารหลายหลังแตกกระจาย อีกทั้งกำแพงและหลังคาโรงงานสังกะสีแห่งหนึ่งก็พังถล่มลงมาด้วย
       
       องค์การอวกาศรอสคอสมอสของรัสเซีย ระบุว่า ลูกไฟดังกล่าวเคลื่อนที่ผ่านท้องฟ้าด้วยความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อวินาที และปล่อยควันสีขาวเป็นทางยาวที่มองเห็นได้ไกลถึง 200 กิโลเมตร
       
       องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) ประเมินว่า อุกกาบาตลูกนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 17 เมตร หนักราว 10,000 ตันก่อนที่จะพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก การระเบิดของมันปลดปล่อยพลังงานเกือบ 500 กิโลตัน หรือประมาณ 30 เท่าของระเบิดนิวเคลียร์ที่ถล่มเมืองฮิโรชิมาของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
       
       “เหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นทุกๆ 100 ปีโดยเฉลี่ย” พอลคอดัส จากสำนักงานโครงการวัตถุใกล้โลกแห่งนาซา รัฐแคลิฟอร์เนียระบุ
       
       ทีมค้นหาของรัสเซียตรวจพบวัตถุขนาดเล็กราว 1 เซนติเมตรที่คาดว่าจะเป็นชิ้นส่วนอุกกาบาต แต่ไม่พบขนาดใหญ่ไปกว่านั้น
       
       ด้านผู้ว่าการเขตเชลยาบินสก์ประเมินมูลค่าความเสียหายจากอุกกาบาตไว้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านรูเบิล (ราว 991 ล้านบาท)

       

       

       

       

 


จบแล้วจ้า ... หวังว่า หน่องน้องคงได้ความรู้เพิ่มเติม รอบรู้ข่าวสารสถานการ์ปัจจุบันiรัสเซีย 2013 /2556 กันมากขึ้นนะจ้ะ

ท้ายสุดนี้ เราต่างไม่รู้ว่าข้อสอบออกอะไรเนอะ ฉะนั้นทำให้ดีที่สุดนะจ้ะ แล้วรอลุ้นผล

อยากบอกนะทุกคนว่า "อย่า แบก ความหวัง แต่ให้ ยืน อยู่บนความหวัง เพราะถ้าแบกมันจะเหนื่อยนะ "

รัก..พี่วิน เตรียมโดม

ส่งใจทุกคนนะจ้ะ

ข่าวดี นอกจากได้ความรู้เต็มๆ แน่นๆไปแล้ว เด็กเก่าเตรียมโดม คอร์สSEAS แล้วลงคอร์สรัสเซีย คุ้มสุดคุ้ม!!  รับส่วนลดไปเลย คนละ300บาท ถ้าชอบ ปีหน้าแนะนำมาเรียนเตรียมโดมกันเยอะๆนะ ได้เป็นกำลังให้พวกพี่ๆ

ให้ส่ง SMS พิมพ์ชื่อ-สกุล ชื่อเล่น รอบ และรายละเอียดหมายเลขบัญชี ส่งมาที่ 084-625-2075 ก่อนวันที่3เมษายนนะจ๊ะ

(มีทั้งหมด11คน จะแจ้งชื่อในวันที่1 เมษายน 2556)

 

Tags : ติวรัสเซียศึกษา ติวสอบเข้าโครงการรัสเซียศึสเซียกษา สรุปข่าวสถานการณ์ปัจจุบันรัสเซีย ข่าวรัสเซีย สรุปข่าวเด่นรัสเซีย ข่าวรัสเซียล่าสุด ข่าวเกี่ยวกับรัสเซีย ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับรัสเซีย


เตรียมโดม TRIAM DOME                                                   

สาขากรุงเทพฯ ปิ่นเกล้า (ตรงข้ามศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า )                                      

ซอยแซมมี่-ติดโรงภาพยนตร์เมเจอร์ฯ ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กทม.10700

สาขาตรัง (เยื้องสวนสาธารณะสังขวิทย์/สหกรณ์)

ซอยสังขวิทย์ 2 ถนนสังขวิทย์ ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง 92000

โทรศัพท์ 08 4625 2075 ทุกวัน 09:00-24:00น.              

Copyright 2016 by TRIAM'DOME   

    

 
  
view